'สุริยะ' ยัน 'กลุ่มสามมิตร' ไม่ย้ายกลับพรรคเพื่อไทย ลั่นอยู่ 'พปชร.' ตลอดไป

30 พ.ย.2564 - เมื่อเวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกระแสข่าวจะย้ายกลับไปพรรคเพื่อไทย ว่า ไม่มี ตนก็สงสัยว่าข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร ไม่รู้ใครปล่อยข่าวนี้ขึ้นมา เรายืนยันสามมิตรไม่ไปอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากจะพูดถึงคนที่ปล่อยข่าวนี้อย่างไรบ้าง นายสุริยะ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเขามีวัตถุประสงค์อะไร แต่เราทั้ง 3 คนคือ ตน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคพลังประชารัฐตลอดไป

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ถามเรื่องนี้หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ไม่ถามอะไรเลย เพราะคงมั่นใจอยู่แล้วว่าเราคงไม่เปลี่ยนไป เมื่อถามย้ำว่า กระแสข่าวที่ออกมา มีเรื่องใดที่ต้องเคลียร์ใจกับหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ไม่ต้องเคลียร์ เพราะเข้าใจอยู่แล้ว และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ถามเรื่องนี้ เพราะท่านคงมั่นใจ ขอย้ำว่าเป็นแค่ข่าวลือ

เมื่อถามว่า หากย้ายพรรคตอนนี้ถือว่าเร็วไป แต่ระยะเวลาอีก 1 ปี มีความเป็นไปได้หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า “ยืนยันเลยครับ ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าก็ยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ”

เมื่อถามว่า สงสัยหรือไม่ ว่าทำไมกลุ่มสามมิตรถูกโจมตีอยู่บ่อยครั้ง นายสุริยะ กล่าวว่า ไม่ทราบ เมื่อถามว่า มองว่า กระแสข่าวที่ออกมา หวังจะบีบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค ให้เปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มสามมิตรหรือไม่ นายสุริยะ ส่ายหัวพร้อมกล่าวว่า เรายืนยันอยู่แล้วว่าอย่างไรก็อยู่กับ พล.อ.ประวิตร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

Fitch ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยขึ้นเป็นระดับ’มีเสถียรภาพ’

Fitch เชื่อมั่นทิศทางนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ขึ้นเป็นระดับ “มีเสถียรภาพ ” และคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+