ดร.ณัฎฐ์ สับเละนายกสมาคมทนายฯ ขวางกกต.ไฟเขียวงบลดภาระปชช.ค่าไฟฟ้าแพง

ปม กกต.อนุมัติงบประมาณค่าไฟฟ้าแพง “ดร.ณัฎฐ์” มือกฎหมายมหาชนคนดัง สับเละ “นรินทร์พงศ์” นายกสมาคมทนายความฯ ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เป็นเหตุฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน

3 พ.ค 2566 -​ จากกรณีนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยระบุว่ากกต.ต้องจัดเลือกตั้ง เป็นกลาง โปร่งใสชี้งบ ครม.ขออนุมัติลดภาระค่าไฟ ไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน เเต่เป็นการใช้หาเสียง

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฎฐ์” มือกฎหมายมหาชนคนดัง กล่าวถึงเรื่องว่า ตนจะอธิบายข้อกฎหมายให้พี่น้องประชาชนทราบ ในเมื่อสื่อมวลชนสอบถามข้อกฎหมาย ส่วน นายนรินทร์พงศ์ฯ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยตนไม่เคยรู้จักมาก่อน ในเมื่อเป็นประโยชน์สาธารณะ ตนจะอธิบายข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนหูตาสว่าง อย่าไปสับสนข้อเท็จจริงตามคำแถลงการณ์ของนายนรินทร์พงศ์ฯ โดยบทบัญญัติมาตรา 169 คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167(2) โดยการยุบสภา และต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 168 ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (3) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน” เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน โดยเฉพาะปัญหาค่าไฟฟ้าแพง เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศ ถือเป็นกรณีจำเป็นหรือฉุกเฉิน ของประเทศ นายนรินทร์พงศ์ฯ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย อาจไม่เดือดร้อน แต่ประชาชนเดือดร้อนทุกหัวระแหง การอนุมัติงบประมาณสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉิน เป็นอำนาจของ กกต.โดยตรง อย่าลืมว่า กกต.เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ จะเป็นการอนุมัติเงินหาเสียงทางอ้อมได้อย่างไร เพราะควบคุมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตามมาตรา 224 แห่งรัฐธรรมนูญ หากคณะรัฐมนตรีรักษาการ เสนออนุมัติค่าไฟฟ้า เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนยามฉุกเฉิน กระบวนการตรวจสอบและกลั่นกรอง ขั้นตอนสุดท้าย คือ ต้องได้ความเห็นชอบจาก กกต.ก่อน

เงื่อนไขบังคับก่อน ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ แต่มีข้อยกเว้น เป็นกลไกในระบบรัฐสภา คำว่า จำเป็น กับคำว่า ฉุกเฉิน มีความหมายแตกต่างกัน เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญเพื่อให้คณะรัฐมนตรีรักษาการบริหารประเทศไปอย่างต่อเนื่องตามหลักการบริหารต่อเนื่อง ป้องกันสุญญากาศทางการเมือง ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศ คือ ความจำเป็น นายนรินทร์พงศ์ ฯ จะเอาความหมายคำว่า จำเป็น ตาม มาตรา 67 มาใช้เทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญไม่ได้ แตกต่าง ตรงข้ามกัน เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายมหาชน ส่วนคำว่า ฉุกเฉิน หมายถึง ความจำเป็นเร่งด่วนของประเทศ ตามสภาวะบริบทของประเทศขณะนั้น ดังนั้น เหตุฉุกเฉินหรือจำเป็น มาตรา 169(3) เพียงความเดือดร้อนของประชาชน ถือเป็นความจำเป็น ตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญแล้ว ไม่จำต้องเป็นเหตุที่ไม่อาจคาดหมายได้

ส่วนกรณีค่าไฟฟ้าแพงได้เกิดขึ้นมานานแล้ว และเกิดขึ้นก่อนการยุบสภาจึงไม่ใช่กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่จะขอใช้งบกลางในขณะนี้ เพราะจะเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อการหาเสียงให้กับนายกรัฐมนตรีและคณะซึ่งมีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้ง กกต. จึงต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ตนมองว่า ปัญหาค่าไฟฟ้าแพงมาจากยุคนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้ว ให้ประชาชนช่วยไปตรวจสอบด้วยว่า ค่า Ft เพิ่มตั้งแต่เมื่อใด ทำไม นายนรินทร์พงศ์ฯ ไม่เห็นออกมาดิ้นแถลงการณ์ว่า ค่าไฟฟ้าแพง หรือว่า นายนรินทร์พงศ์ฯเพิ่งนึกได้ จึงนำแถลงในฐานะนายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เอาองค์กรสมาคมทนายมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ทั้งไม่ใช่ภารกิจหลักของสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ดังนั้น ดุลพินิจในการเห็นชอบงบประมาณสำรอง กรณีจำเป็นหรือฉุกเฉิน เป็นอำนาจหน้าที่ให้ความเห็นชอบ กกต.โดยตรง การแถลงการณ์ของนายนรินทร์พงศ์ฯเป็นการคาดคะเน ว่าเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อการหาเสียงให้กับนายกรัฐมนตรีและคณะ ทั้งที่ ขั้นตอนสุดท้าย มติเห็นชอบงบประมาณแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เป็นดุลพินิจเด็ดขาด ของ กกต. ไม่ใช่คณะรัฐมนตรีรักษาการ ทำให้พี่น้องประชาชนที่ไม่รู้ข้อกฎหมาย สับสนในข้อเท็จจริง ไม่ควรไปชี้นำล้ำเกินอำนาจของ กกต.องค์กรอิสระ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุริยะใส' ชี้เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ 'รัฐธรรมนูญ' กลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการเมืองไทยที่ลึกกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะแม้ยังไม่ได้เริ่มร่างฉบับใหม่อย่างจริงจัง แต่แต่ละฝ่ายก็เริ่มขีดเส้นเงื่อนไขและข้อจำกัดของตนเองแล้ว

กกต. เผยคืบหน้าพิจารณาคำร้อง เลือก สว.-สส.

สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข้อมูลความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องและความปรากฏ เกี่ยวกับการคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามที่ กกต. ได้จัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ไปเมื่อเดือนมิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา โดยข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ค. 2569 พบว่ามีเรื่องคัดค้านการเลือก สว. รวมทั้งสิ้น 605 เรื่อง ซึ่ง กกต.

'แสวง' ดิ้นยื้อเก้าอี้ เปิดตัวเลขพนักงาน กกต. ทั่วประเทศ ให้คะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ทุกด้าน

เปิดเกณฑ์ประเมินเลขาฯกกต. แบ่ง 2 ส่วน "แสวง"โชว์ผลประเมินจนท.ทั่วปท.3ปี พบปี68 ยังหนุนคะแนนทะลุร้อยละ80 ทุกด้าน แต่ยังติดด่านเสียง กกต.-ข้อกฎหมาย

เด็กส้มข้องใจ ปูดข่าวแสวง หวังยื้อคดีฮั้ว

“ภัณฑิล” ข้องใจปล่อยข่าวประเมิน “แสวง” หลุดเก้าอี้ โยนหินถามทางหรือไม่ ดักคออย่าใช้เป็นข้ออ้างเปลี่ยนตัว แช่แข็งคดีเลือกตั้ง-เป่าคดีฮั้ว สว. "สว.สำรอง" บี้เร่งส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาล

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง

นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้

'สว.สำรอง' บี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาลฎีกา ปูดต่อรองการเมืองฟันแค่กลุ่มละ2คน

'สว.สำรอง' บี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาลฎีกา ซัด อย่าเหิมเกริมใช้อำนาจปัดตกคำร้อง แฉกระแสต่อรองการเมืองฟันแค่กลุ่มละ2คน ฉะ 'แสวง' หน้าด้าน เขาไม่ให้ผ่านยังจะอยู่ต่อ ชี้ปชช.ให้คะแนนแค่ 0.1 จากร้อย