สภาสูงเรียกประชุมสมัยวิสามัญ ครั้งที่ 1 ในวันที่ 23 พ.ค. คำนูณแจงเหตุผลเพื่อเคาะบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเก้าอี้ ป.ป.ช.ที่ว่างลง
10 พ.ค.2566 - นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ได้แถลงถึงพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2566 เพื่อให้วุฒิสภาประชุมเพื่อทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 126 (2) ว่าความเป็นมาของเรื่องดังกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันพุธที่ 26 เม.ย.2566 ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ครั้งที่ 9/2566เป็นพิเศษ โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทำหน้าที่ประธานของที่ประชุม โดยที่ประชุมได้พิจารณากรณีที่วุฒิสภาต้องประชุมเพื่อทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (นายสถาพร วิสาพรหม ผู้ได้รับการเสนอชื่อฯ แทนนายณรงค์ รัฐอมฤต ที่พ้นจากตำแหน่ง) เนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฏว่าปัจจุบันมีกรรมการ ป.ป.ช. เหลืออยู่เพียง 6 คน ว่างลง 3 คน และจะพ้นจากตำแหน่งอีก 2 คน ในเดือน ก.ย.2566 จึงอาจส่งผลให้กรรมการ ป.ป.ช. เหลืออยู่ไม่ถึง 5 คน ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติได้
นายคำนูณระบุว่า กมธ.วิสามัญพิจารณาเหตุผลและความจำเป็นในกรณีดังกล่าวแล้วจึงเห็นควรกราบเรียนประธานวุฒิสภาพิจารณาเพื่อมีดำรินำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อดำเนินการประชุมวุฒิสภา ตามมาตรา 123 (2) และวรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช.และพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญในตำแหน่งอื่นที่ต้องดำเนินการไปในคราวเดียวกัน โดยเห็นควรกำหนดระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ ตามมาตรา 126 (2) ของรัฐธรรมนูญ ที่จะมีขึ้น ดังนี้
1.ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช. (นายสถาพร วิสาพรหม)
2.ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (น.ส.ศิลักษณ์ ปั้นน่วม)
3.ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (นายชาย นครชัย)
4.ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (นายพศวัจณ์ กนกนาก)
5.ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช. (แทน พล.อ. บุณยวัจน์ เครือหงส์ ซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหาฯ และเมื่อวันที่ 9 พ.ค.2566 คณะกรรมการสรรหาฯ ได้เสนอรายงานต่อประธานวุฒิสภาแล้ว โดยเสนอชื่อนายสมบัติ ธรธรรม เป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช.)
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเตรียมการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (นายชาย นครชัย) ป.ป.ช. (นายพศวัจณ์ กนกนาก และนายสมบัติ ธรธรรม) โดยเห็นควรแนะนำที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งทั้ง 3 ตำแหน่งดังกล่าว ออกเป็น 3 คณะ คณะละ 15 คน ประกอบด้วย
1.ผู้แทนคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา จำนวน 12 คน
2.ผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา จำนวน 3 คน
กำหนดระยะเวลาการดำเนินการภายใน 60 วัน
ทั้งนี้ คาดหมายว่าประธานวุฒิสภาจะมีคำสั่งให้นัดประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เพื่อทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 126 (2) ในวันอังคารที่ 23 พฤษภาคม 2566
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดร่างข้อตกลงลับ กัมพูชากระทืบ MOU 44 แบ่งผลประโยชน์ ประชิดเกาะกูด น่านน้ำไทย
นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.)โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง เปิดร่างข้อตกลงลับ กัมพูชากระทืบ MOU 44 16 ธันวาคม 2565 มีเนื้อหาดังนี้
'คำนูณ' ยกเหตุผลกต.เพื่อความรอบคอบ เลิก MOU 44 ต้องผ่านรัฐสภา
นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์ข้อความ หัวข้อ เลิก MOU 44 ต้องผ่านสภา ? มีเนื้อหาดังนี้
'คำนูณ' บอกยกเลิก MOU 44 เป็นก้าวที่ใช่ของ 'อนุทิน-สีหศักดิ์' พร้อมแนะบรรจุในนโยบายรัฐบาล
นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊ก
อดีต สว.คำนูณกางหลักฐานชี้ชัดกัมพูชาเอาแต่ได้!
นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊ก
'คำนูณ' แนะประชามติทางอ้อมเรื่อง MOU ไทย-กัมพูชา
นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊ก
'อดีตสว.' เสนอทำประชามติทางอ้อม พรรคการเมืองชูนโยบาย ควรคงไว้หรือยกเลิก MOUทั้ง 2 ฉบับ
'คำนูณ' เสนอพรรคการเมือง ประกาศเป็นนโยบายหลักในการรณรงค์หาเสียงว่าควรให้คงไว้หรือยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับ อาจพอพูดได้ว่าเป็นการออกเสียงประขามติทางอ้อมผ่านการเลือกตั้ง

