ไล่บี้ กกต. สอบ 'เพื่อไทย' ชะลอแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น หาเสียงแล้วทำไม่ได้

แฟ้มภาพ

7 มิ.ย.2566 - นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางมายื่นกกต.ให้มีการตรวจสอบพรรคเพื่อไทยประกาศชะลอการทำตามนโยบายหาเสียงกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 (3) และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 73 (5) หรือไม่ โดยในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ตนได้มายื่นขอให้กกต.ตรวจสอบว่า นโยบายดังกล่าวมีการศึกษาผลกระทบ และความคุ้มค่าของนโยบายนี้หรือไม่ เนื่องจากมองว่าเป็นนโยบายที่ไม่สามารถทำได้จริง ขณะที่นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยประกาศว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายหยอดน้ำข้าวต้มให้ประชาชนแค่คนละพัน แต่ของเพื่อไทยจะแจกให้คนละ 1 หมื่นบาท ถ้อยคำนี้ทำให้ประชาชนมีความหวังกับนโยบายนี้ และเมื่อเร็วๆ นี้ กกต.ก็ปัดตกคำร้องของตน โดยเห็นว่าการประกาศนโยบายนี้ของพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นการสัญญาว่าจะให้ แต่กลับพบว่าเพียง 3 วัน หลังกกต.มีคำวินิจฉัย คือวันที่ 29 พ.ค. รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกลับออกมาประกาศชะลอนโยบายนี้โดยไม่มีกำหนด และอ้างว่าระบบดิจิทัลของประเทศไม่พร้อม แบบนี้ปาหี่กันหรือเปล่า จึงต้องการให้กกต.ตรวจสอบว่าการประกาศชะลอนโยบายดังกล่าวถือเป็นการหลอกให้ประชาชนนับหมื่นนับแสนคนเลือก

“ก็อยากจะถาม กกต.ว่า ก่อนหน้านี้ไปรับรองคำชี้แจงเรื่องความคุ้มค่า และประโยชน์ที่จะได้รับจากนโยบายนี้ของพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร แล้วประชาชนที่เลือกเข้าไปโดยหวังว่าจะได้เงินหมื่น ซึ่งรวมถึงผมด้วย ที่วันนี้จะไม่ได้ตังค์ พรรคเพื่อไทยจะต้องรับผิดชอบ กับคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยจากนโยบายนี้อย่างไร ยังไม่รวมถึงพรรคก้าวไกล ที่ประกาศว่าจะให้เงินผู้สูงอายุ 3 บาท และปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท ถามว่าจะทำได้จริงหรือไม่ ผมไม่อยากให้คนไทยถูกหลอกจากการขายนโยบายของพรรคการเมือง” นายสนธิญา กล่าว

เมื่อถามว่าเพื่อไทยเองระบุว่าถ้าจะทำนโยบายนั้นได้เขาต้องได้แลนด์สไลด์ นายสนธิญา กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เพราะคุณเองประกาศนโยบายไปก่อนเลือกตั้งด้วยซ้ำ แล้วไปด่านโยบายของรัฐบาลปัจจุบันว่าเป็นการหยอดข้าวต้มให้ 1,000 บาท แต่ถามว่าถ้าเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งจะแจกคนละ 10,000 บาท แต่วันนี้ได้อันดับ2 แบบนี้เรียกแลนด์สไลด์ไหม แต่ยังไม่รับรองเลือกตั้งก็มาบอกว่าทำไม่ได้แล้ว ถามว่าคนทั้งแระเทศเขายอมรับได้ไหมกับนโยบายที่ประกาศแล้วทำไม่ได้ ฉะนั้นถ้าพรรคการเมืองทำกันแบบนี้ประกาศแล้วทำไม่ได้ ประชาชนก็จะเบื่อการเมือง แล้วก็จะว่านักการเมืองหลอก จึงเป็นที่มาของการซื้อเสียงเพราะเขารู้ว่าพรรคการเมืองเมื่อประกาศนโยบายไปแล้วแต่ทำไม่ได้ แล้วเขาก็จะไม่หวังอะไร หวังเฉพาะคนเอาเงินมาให้แล้วก็รับ เพราะเขาว่านักการเมืองโกหกและทำไม่ได้

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคการเมืองก็มีนโยบายลดแลกแจกแถมต้องผิดทุกพรรคไหม นายสนธิญา กล่าวว่า ต้องไปบอกว่าพรรคอะไรทำไม่ได้บ้าง และถ้าเป็นนโยบายหลักที่ประกาศแล้วมาสู่เรื่องการได้ชัยชนะเรื่องนี้ต้องร้อง และตนเองก็ได้ใช้สิทธิในฐานะเป็นผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งพัทยาวุ่น! 'น้องนัท' โร่แจ้งความ มือมืดย้ายป้ายหาเสียง

น.ส.ณัฐภัทรศรา เมทินีกิตติกีรติ หรือน้องนัท ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) เบอร์ 4 เขต 2 เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง

'วัส ติงสมิตร' วิเคราะห์เมื่อคดีฮั้ว สว. บอกเราว่าปัญหาอาจไม่ใช่ 'คนโกง' แต่เป็น 'ระบบที่ชวนให้โกง'

นักวิชาการอิสระชี้ปัญหาไม่ใช่แค่ใครโกง แต่คือ ระบบถูกออกแบบมาอย่างไร จึงทำให้การโกงเป็นทางเลือกที่ได้เปรียบ ดังนั้นหากสังคมไทยต้องการปิดช่อง ฮั้ว สว. อย่างจริงจัง สิ่งที่ควรถูกหยิบขึ้นมาปฏิรูปมีอย่างน้อย 5 เรื่อง

'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้

พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%

'อดีต กกต.' เทียบชัดๆ สองอนุฯ ชุด 26 กับ 36 ในคดีฮั้ว สว.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ชื่นชม อนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. แต่ชวนให้สงสัย อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ของ กกต.

กกต.แจงยิบคลิปเลือก สว. ยันพกโพยเข้าคูหาไม่ผิดกฎหมาย

กกต.ออกเอกสารชี้แจง 3 ประเด็นร้อน หลังคลิปวันเลือก สว. ระดับประเทศถูกเผยแพร่ ยกคำพิพากษาศาลยืนยันการนำโพยรายชื่อเข้าคูหาไม่ขัดกฎหมาย