
17 มิ.ย. 2566 - พรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้า รับเชิญเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ที่จัดขึ้นโดย 3 สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประกอบด้วย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย, สมาคม อบต. แห่งประเทศไทย และสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย เมื่อวานนี้(16 มิ.ย.)เพื่อจัดทำข้อเสนอว่าด้วยการแก้ไข-ยกเลิกกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารของ อปท. เพื่อให้รัฐบาลพรรคก้าวไกลในอนาคตได้พิจารณาผลักดันต่อไป
โดยในส่วนของพรรคก้าวไกล มีแกนนำพรรคที่เข้าร่วม ประกอบด้วย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล อาทิ นายวรภพ วิริยะโรจน์, นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงค์วุฒิ ส่วนทางคณะก้าวหน้ามี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, นายไกลก้อง ไวทยการ ผู้อำนวยการนโยบายคณะก้าวหน้า ร่วมรับฟังข้อเสนอจากการประชุมในวันนี้
สำหรับประเด็นข้อกฎหมายและระเบียบที่มีการรวบรวมขึ้นนำเสนอในวันนี้ แบ่งเป็น 3 ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย 1. กฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมา อปท. ถูกจำกัดอำนาจภายใต้การควบคุมของส่วนกลางอย่างเข้มงวด ตลอดจนถูกแทรกแซงจนไร้ความเป็นอิสระ 2. กฎหมายและระเบียบด้านการเงินการคลัง ที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดและข้อห้ามต่างๆ ที่เกี่ยวกับการหารายได้และการใช้งบประมาณของ อปท. รวมถึงเบียดบังเงินส่วนที่ อปท. ควรจะได้รับ และ 3. กฎหมายและระเบียบด้านการบริหารงานบุคคล เช่น กรณีคำสั่ง คสช. ที่ 8/2560 ที่แทรกแซงกระบวนการบริหารบุคคลของ อปท. โดยตรงอย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงระเบียบอื่นๆ ที่จำกัดการจ้างงาน และการตั้งกองต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับแต่ละพื้นที่ เป็นต้น
ในส่วนของนายวรภพ ได้ขึ้นนำเสนอประเด็นการถ่ายโอนภารกิจ งบประมาณ และบุคลากร จากส่วนกลางมาให้ อปท. โดยระบุว่าการถ่ายโอนเหล่านี้ นอกจากจะต้องแก้ไขกฎหมายร่มใหญ่อย่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ 2542 แล้ว ยังจะต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. อีก 28 ฉบับ ที่ครอบคลุมการบริหารงานด้านต่างๆ ของ อปท. ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ทะเบียนราษฎร์ เศรษฐกิจ ความสงบเรียบร้อย ที่ดินและสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่ก็มีบางภารกิจที่รัฐบาล สามารถใช้กลไกอำนาจฝ่ายบริหาร ดำเนินการถ่ายโอนภารกิจมาให้ อปท. ได้เลยระหว่างที่รอการแก้ไขกฎหมายทั้ง 28 ฉบับ
ด้านนายชัยธวัช ระบุว่าการประชุมร่วมกันในวันนี้ ทำให้พวกเราทั้งพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้า ได้ฟังในสิ่งที่เป็นความต้องการของชาวท้องถิ่นหลายเรื่อง ซึ่งทั้งพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้าต้องการเห็นอยู่แล้ว
ทั้งนี้พรรคก้าวไกลเข้าใจดีว่าการแก้ไขและยกเลิกกฎหมาย ปฏิรูประบบราชการให้มีการกระจายอำนาจ มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งหากเป็นกฎหมายในระดับ พ.ร.บ. ย่อมทำไม่ได้ภายใน 100 วันแน่ๆ แต่บรรดาระเบียบและกฎกระทรวงต่างๆ สามารถทำได้ใน 100 วันแน่นอน
“นี่เป็นเป้าหมายที่เรามีตรงกัน เราคาดหวังว่านโยบายการกระจายอำนาจจะเป็นบิ๊กแบง ที่จะระเบิดศักยภาพภายในของสังคมไทยครั้งใหญ่ ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน คุณภาพชีวิตและความเจริญทางเศรษฐกิจ ทลายเพดานที่กดทับศักยภาพของสังคมไทยไว้ นี่คือเป้าหมายที่พรรคก้าวไกลอยากจะทำงานร่วมกันกับทุกท่าน” นายชัยธวัชกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รอยร้าวใต้ร่มก้าวหน้า! วัฒนธรรมพรรคส้มกับหลุมดำเรื่องเพศ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่สั่งจำคุกผู้สมัคร สส. มหาสารคาม ในคดีมอมยาและข่มขืนหญิงสาว ไม่ใช่เพียงจุดจบของคดีอาญา แต่มันคือการเปิดรอยด่างบนเนื้อผ้าที่เคยดูสะอาดตาของพรรคประชาชนหรือ “พรร
พ่อส้มปลุกหนัก! 'ธนาธร' ประดิษฐ์วาทกรรม คนที่กลัวแสงสว่าง คือคนที่จิตใจดำมืด
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม ประธานคณะก้าวหน้า ได้แชร์ข้อความของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรายงานผลนับคะแนนรายหน่วยทั่วประเทศ
ระทึก! ปปช.จ่อฟัน 44 สส.ก้าวไกล เสนอแก้มาตรา 112
ป.ป.ช.หยิบคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลถกวาระลับ เผยเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เผย อยู่ระหว่างการพิจารณา รอลุ้นมติฟันหรือเลื่อน
จับตา 'ป.ป.ช.' ชงเด็ดปีก 44 สส.ก้าวไกล
เลขาฯป.ป.ช. ปัดชงถกคดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล เข้าชื่อแก้มาตรา 112 พรุ่งนี้ แต่เปิดทางประธาน ปปช.หยิบขึ้นเป็นวาระลับในที่ประชุมได้ ยันไม่เกี่ยวการเมืองหลังเลือกตั้ง
เปิดเบื้องลึก 'โปลิตบูโรพรรคส้ม' ไม่ยอมเป็นรัฐบาล ต้องแพ้เพื่อ 'ธนาธร' รอเวลากลับมา 2572
นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ช้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ต้องแพ้เพื่อธนาธร ยังไม่ใช่เวลาของพวกเรา มีเนื้อหาดังนี้ นี่คือความคิดหลักของคณะโปลิตบูโรของพรรคส้ม หลักการนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ และถูกนำมาใช้เป็นหลักในการบริหารการเมืองในพรรคส้ม
คาราวานรถแห่คึก 'ธนาธร' บุกชลบุรี ปลุกเลือกพรรคส้มให้ถึง 20 ล้านเสียง
พรรคประชาชนเดินหน้าหาเสียงเข้มข้นในวันที่หกของคาราวานรถแห่เลือกอนาคต โดยจัดเวทีปราศรัยใหญ่พร้อมกัน 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี อุดรธานี และเชียงใหม่ เน้นย้ำให้ประชาชนกาพรรคทั้งสองใบเพื่อทะลุ 20 ล้านเสียง จัดตั้งรัฐบาล

