'วิษณุ' แจงไทม์ไลน์ขยับไร้ปัญหา อยู่ในกรอบ 15 วัน

‘วิษณุ’ แจงไทม์ไลน์ขยับไม่มีปัญหาอยู่ในกรอบ 15 วัน เผยเลือกประธานสภา-นายกฯ ไม่ต้องแจ้ง ครม. ประสานพรรคการเมืองกับ ส.ว. ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมก็ได้

26 มิ.ย. 2566 – ที่วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการขยับไทม์ไลน์ เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและเลือกนายกรัฐมนตรี ได้มีการแจ้งมายังรัฐบาลหรือไม่ ว่า ไทม์ไลน์ที่เคยให้สัมภาษณ์เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า จากกำหนดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร โดยวันที่ 3 ก.ค จะเป็นวันเสด็จฯ เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว และอยู่ในกรอบ 15 วัน วันสุดท้ายเป็นวันที่ 15 ก.ค

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางสภาได้แจ้งแล้วหรือไม่ ถึงวันโหวตตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องรอทางสภาฯ เป็นผู้กำหนด ขณะนี้ถือว่ายังไม่มีใครเป็นประธาน ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้กำหนดวัน ซึ่งจะต้องประสานกับพรรคการเมืองต่างๆ ว่าสามารถมาเข้าร่วมประชุมได้หรือไม่ และไม่ต้องแจ้งมายังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะ ครม. ไม่ต้องเข้าร่วมประชุมด้วย ทางสภาฯ ต้องแจ้ง ส.ส. เท่านั้น ไม่เหมือนกับการเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องประสานกับวุฒิสภาว่าสามารถมาประชุมได้หรือไม่

ส่วนพรรคการเมืองเสียงข้างน้อยสามารถเสนอชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้หรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า “แล้วแต่ว่าแต่ละพรรคจะเสนอ เพราะจะนำไปสู่การลงคะแนนลับ”

เมื่อถามว่า วันโหวตนายกรัฐมนตรี ผู้มีชื่อเป็นบรรดาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องเดินทางไปเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับสภา ซึ่งถ้าบอกว่าก่อนจะมีการโหวตให้คนที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแถลงแสดงวิสัยทัศน์ก็ได้ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำ

สำหรับครั้งที่ผ่านมาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องไปแสดงตัวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งนี้จะต้องไปหรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอาจจะเป็นคนนอก ซึ่งเข้าไปในที่ประชุมสภาไม่ได้อยู่แล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

นักวิชาการชี้ 'อนุทิน' เล่นเป็น!!! ใช้การทูตไม่เป็นทางการ ผนวก แลนด์บริดจ์ ดันไทยเนื้อหอม ท่ามกลางโลกผันผวน

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวถึงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน และ นายชาง ชุน ซิง รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์