'บิ๊กป้อม' หัวโต๊ะประชุมแกนนำ พปชร. เปิดตัว 'พิเชษฐ'

7 ธ.ค.2564 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ประจำสัปดาห์ โดยมีแกนนำและผู้บริหารของพรรคฯ อาทิ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค, ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิก, นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรค พปชร. , นายสิระ เจนจาคะ สส.กทม. พร้อมคณะส.ส.กทม. ให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ในที่ประชุม พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแนะนำว่าขณะนี้ นายพิเชษฐ สถิรชวาล ได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมมอบเสื้อพรรคพลังประชารัฐให้นายพิเชษฐ ได้สวมใส่ท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับแสดงความยินดีทั้งห้องประชุม

จากนั้นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้กล่าวกับสมาชิกพรรคฯ โดยเน้นให้ร่วมมือกันขับเคลื่อนนโยบายพรรคอย่างเข้มแข็ง ให้ส.ส.ขยันลงพื้นที่พบปะประชาชนเพื่อรับฟังปัญหา และนำมาบอกต่อตนเอง เพื่อนำเสนอรัฐบาลให้ดำเนินแก้ไขอย่างทันท่วงที เพราะอย่าลืมว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคใหญ่ที่ประชาชนไว้วางใจเลือกเข้ามา เราในฐานะแกนนำรัฐบาลต้องไม่ทำให้ผิดหวัง และต้องร่วมมือกันสานต่อนโยบายเพื่อประชาชนอยู่ดีกินดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังกำชับให้ ส.ส.ของพรรคเข้าร่วมประชุมสภาฯ ในระหว่างวันที่ 8 และ 9 ธันวาคมนี้ กันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเป็นเวทีและป็นปากเป็นเสียงเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และผลักดันกฎหมายสำคัญต่างๆ เพื่อในการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าต่อไป อาทิ ร่างพ.ร.บ. สหกรณ์, พ.ร.บ. สถาปนิก, พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย และ พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ ซึ่ง พ.ร.บ.ทั้งหมดล้วนแล้วแต่สร้างผลประโยชน์ให้กับประชาชนและการขับเคลื่อนประเทศให้ดำเนินต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘บิ๊กป้อม’ลงหลังเสือ ปิดฉาก‘ป.สุดท้าย’ทางการเมือง

การถอนตัวจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คือ การปิดฉากทางการเมืองของ ‘พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์’ แม้จะยังเป็นหัวหน้าพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ก็ตาม

'ธนกร' ชี้ผู้นำพรรคตัวชี้ขาดเลือกตั้ง หนุนภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาล

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งว่า แม้วันนี้อาจจะมีบางฝ่ายออกมาประเมินว่า การเลือกตั้งครั้งนี้กระแสจะกลายเป็นตัวชี้ขาด แต่เท่าที่ตนมอ