'อนุทิน' ลั่นไม่มีเหตุผลต้องรอ 10 เดือนตั้งรัฐบาล พร้อมช่วยเหลือกัน ปัดถึงเวลาพรรคอันดับ 3

25 ก.ค.2566 - ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมร่วม สส.ของพรรค ถึงกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยในอันดับที่ 3 จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ระบุว่า คำตอบก็เหมือนเดิม ตอนนี้เรายังไม่ได้เป็นแกนนำใดๆ ทั้งสิ้น ข้อเท็จจริงคือเรามีการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ถูกผลักออกไปเป็นแค่การหารือกัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การหารือกับพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นการเชิญร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ยัง คนที่เป็นแกนนำก็คือพรรคเพื่อไทย มีเพียงการเชิญไปพูดคุยเท่านั้น และได้ลงมาแถลงข่าวอย่างที่ทุกคนทราบ

เมื่อถามถึงความชัดเจนของ 8 พรรคร่วมฯ เหมือนจะยังไม่เรียบร้อย และมีการเสนอว่าอาจจะรอไปอีก 10 เดือน เพื่อให้ สว. หมดวาระไปก่อนนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าถามว่าพรรคภูมิใจไทยต้องรออีก 10 เดือน ก็ไม่มีเหตุอะไรที่ต้องรอ เราก็ต้องส่งกำลังใจให้กับผู้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทย หากส่วนไหนที่เราสามารถพูดคุยกันได้ ช่วยเหลือกันได้ก็มาคุยกัน และยังไม่มีการพูดคุยอะไรกับพรรคเพื่อไทยเพิ่มเติม เขาคงจะต้องไปพูดคุยกับกลุ่มพวกเขาเองก่อน

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่พรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ประกาศชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค และเริ่มมีมวลชนมากดดัน นายอนุทิน ไม่ได้ตอบ พร้อมส่ายหัว และยิ้มผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ถ้าพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้จริงๆ พรรคภูมิใจไทยในฐานะอันดับ 3 มีแนวทางอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ให้มันจบตรงนี้ก่อน ทุกคนต้องการให้บ้านเมืองไปข้างหน้าอย่างเดียว และมีเป้าหมายตรงกัน ตรงไหนที่เราช่วยเหลือหรือสนับสนุน ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปร่วมด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คณะประชาชนทวงความยุติธรรมร้อง 'ส้ม-แดง' หวั่นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดนรื้อ

'ภาคประชาชน' ยื่น 'พรรคประชาชน-เพื่อไทย' วาระ 94 ปีเปลี่ยนแปลงการปกครอง หวั่นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดนรื้อ ย้ำสนับสนุนรัฐธรรมนูญใหม่ยึดโยง ปชช.

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ