ปชป.ยังไร้คำตอบโหวตนายกฯ อ้างรอศาล รธน.-เพื่อไทย

ปชป. ไร้คำตอบโหวตนายกฯ อ้างรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมเสนอชื่อซ้ำ และทิศทางของพรรคเพื่อไทยก่อน

03 ส.ค.2566 - ที่รัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีประชุม สส.ของพรรค โดยมีนายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ และประธาน สส. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 4 ส.ค.2566

ต่อมา น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง ปชป. แถลงผลการประชุม ว่ายังไม่ได้พิจารณาการโหวตนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ เพราะเห็นว่ายังพอมีเวลา และไม่แน่ใจว่าจะมีการโหวตนายกฯ หรือไม่ เนื่องจากต้องรอมติของศาลรัฐธรรมนูญว่าสามารถเสนอชื่อคนเดิมได้หรือไม่ ประกอบกับรอดูความชัดเจนของพรรคเพื่อไทยแถลงจัดตั้งรัฐบาลช่วงบ่ายวันนี้เสียก่อน

เมื่อถามว่าจะมีประชุม สส.พรรคอีกเมื่อใดเพื่อกำหนดทิศทางการโหวตนายกฯ น.ส.สุณัฐชา กล่าวว่า เมื่อมีความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อภิสิทธิ์' หาเสียงพิษณุโลก สวมเสื้อปุ๋ยสูตร 27-27-27 ใช้แล้วประเทศไทยโตไว

"อภิสิทธิ์" สวมเสื้อปุ๋ยสูตร 27-27-27 ใช้แล้วประเทศไทยโตไว เดินสายขอคะแนนเสียงจากแม่ค้าพ่อค้าตลาดสดหน้าสถานีรถไฟจังหวัดพิษณุโลก

ชาวสุโขทัยฮือฮา! กล้าธรรม ติดป้ายหาเสียง 'ทำมากกว่าพืด' ประกบป้ายประชาธิปัตย์ไม่ทนทุนเทา

ชาวบ้านฮือฮา! ป้ายหาเสียงพรรคกล้าธรรม เขียนข้อความสะดุดตา “ใครจะว่าเทาก็เทา แต่เราไม่เทา” และ “ทำมากกว่าพืด” ของนายวศินภัทร์ กิตตินันท์พาณิช (ช่างมน) ผู้สมัคร ส.ส.สุโขทัย เขต 2 พรรคกล้าธรรม โผล่ประกบป้าย “ทนายเบิร์ด” พรรคประชาธิปัตย์ในหลายจุด ต้องการจะสื่อความหมายอะไร หรือว่าเป็นการประชดตอบโต้อีกฝ่ายที่ขึ้นป้าย “ไม่ทนทุนเทา” จนกลายเป็นกระแส

'ยศชนัน' ประกาศขอเหมาหนองคาย

'ยศชนัน' เดินตลาดเช้าทักทายชาวหนองคาย ไหว้ 'หลวงพ่อพระใส' เจ้าอาวาสอวยพรขอให้โชคดี วอน เหมา 3 เขต บอกครั้งที่แล้วเลือกคนผิดไม่สามารถทำงานด้วยกัน พร้อมนั่งสกายแล็บชาวบ้านแห่ขอถ่ายรูป

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม