15 ส.ค. 2566 - นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ว่า เรื่องนี้คงต้องรอให้มีความพร้อมในเรื่องของการพูดคุยให้เข้าใจก่อน เพราะว่าที่ผ่านมาไม่สามารถประชุมได้ราบรื่น 2-3 ครั้ง ก็ต้องยอมรับว่ามีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันอยู่ภายใน แล้วก็แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย อย่างชัดเจน และทั้ง 2 ฝ่ายนี้ต้องถือว่าที่ผ่านมาต่างฝ่ายต่างก็ยืนอยู่ในจุดยืนของตัวเอง และก็ไม่สามารถที่จะตกลงกันได้
อย่างไรก็ตามตนคิดว่าถ้าทั้ง 2 ฝ่าย บอกว่าตัวเองรักพรรค อยากจะเห็นพรรคมีความก้าวหน้าและจะช่วยกันฟื้นฟูพรรคต่อไป มันก็ต้องสร้างบรรยากาศของการพูดคุยให้เกิดขึ้น ซึ่งมันก็เป็นไปได้ เพราะถ้าหากว่ายังยืนอยู่ในจุดยืนของตัวเองโดยที่ไม่รับฟังอีกฝ่ายหนึ่งโดยจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ มันก็ไม่มีทางที่จะให้ความคิดบรรจบกันได้ ซึ่งเมื่อความคิดมันบรรจบกันไม่ได้ ผลกระทบก็จะเกิดขึ้นกับความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อไป ต้องอย่าลืมว่าที่พรรคอยู่กันมานานขนาดนี้เพราะอยู่กันแบบพี่แบบน้อง เราอยู่กันแบบคนร่วมอุดมการณ์ เพราะฉะนั้นก็ต้องหาทางพูดคุยกัน ตนเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้
เมื่อถามถึงประเด็น ความคิดเห็นของนิด้าโพลว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าพรรคนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องของหัวหน้าพรรคต้องมีการพูดคุยกัน ส่วนโพลก็เป็นตัวสะท้อนที่ดีว่าประชาชนคิดอย่างไรกับพรรค และเชื่อว่าโพลนี้จะทำให้หลายๆคนในพรรคได้มองออกไปนอกพรรคมากขึ้น เวลาเลือกตั้งเขาไม่ได้เลือกตัวเอง ประชาชนเป็นคนเลือกพรรค เพราะฉะนั้นประชาชนคิดอย่างไรคนในพรรครับรู้แล้วที่จะต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาด้วย ตนเชื่อว่าอย่างนั้น และจะเป็นผลดีกับพรรค.
ถามถึงกระแสพรรคประชาธิปัตย์จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ยังไม่ชัดว่าใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อย่าไปรวมตัวบุคคลว่าใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยมากกว่า ยอมรับว่าในพรรคมีความคิด 2 กระแส กระแสหนึ่งมีความเห็นว่า การไปร่วมรัฐบาลมีโอกาสประสานงบประมาณมาพัฒนาพื้นที่ได้
ในขณะที่อีกฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการไปร่วมรัฐบาล ว่าจุดยืนทางการเมืองนั้นสำคัญ เพราะว่าครั้งที่แล้วที่เราไปร่วมรัฐบาลภายใต้พลเอกประยุทธ์ ผลที่เกิดขึ้นก็ถือว่าพรรคไม่ประสบผลสำเร็จในการเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย หรือกับพรรคไหนก็ไม่ควรจะไปร่วม แต่พรรคประชาธิปัตย์ควรกลับมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการตรวจสอบมากกว่า แล้วก็ใช้โอกาสนั้นในการฟื้นฟูพรรค
"ฉะนั้นความคิดเห็น 2 กระแสนั้น ถือว่ายังไม่จบเสียทีเดียว ซึ่งก็ต้องพูดคุยกันต่อไป แล้วก็ในโพลอันเดียวกันที่สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้เป็นหัวหน้าพรรค นิด้าโพลมีความคิดเห็นว่าพรรคไม่ควรไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งอันนี้ก็เป็นความคิดเห็นที่คนในพรรคต้องหยิบมาทบทวนด้วย ซึ่งตนมองว่าทั้ง 2 ฝ่าย ก็มีเหตุผล แต่ว่ามันต้องคิดให้ลึกซึ้ง เราเคยเป็นรัฐบาลยุคพลเอกประยุทธ์แล้วไม่ประสบผลสำเร็จ การเป็นฝ่ายค้านมันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ใครๆหลายคนเข้าใจ ว่าฝ่ายค้านไปด่ารัฐบาล การเป็นฝ่ายค้านมันคือการทำหน้าที่แทนประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลด้วยซ้ำไป ตนอยากให้คนในพรรคมองให้ไกล มองว่าพรรคเองเราทำงานมา 70-80 ปี ที่เราอยู่ได้ เพราะประชาชนสนับสนุน เพราะฉะนั้นควรฟังเสียงประชาชนด้วย" นายสาทิตย์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ
⚪️ LIVE ปลดแอก!ค่าไฟทาง ใครแบกหนี้ต่อ? | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
⚪️ LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | อึ้ง! รีดเลือดคนไทย แบกค่าไฟหมื่นล้าน
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
⚪️ LIVE อลหม่าน สสร.! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา
รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 12) จาก “แสงเงินแสงทอง” ถึง “วันใหม่ของชาติ” : การตีความและการใช้หลักฐานในงานศึกษาว่าด้วยรัฐประหาร พ.ศ. 2490
ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงบทความ “รัฐประหาร 2490” ในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้าที่เรียบเรียงโดย ณัฐพล ใจจริง ที่มีข้อความตอนหนี่งว่า “การรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทหารและกลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม มีผลทำให้รัฐบาลพลเรือนของกลุ่มนายปรีดี

