'นพดล' เผย เป้าหมายเพื่อไทย ได้รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย

16 ก.ย. 2566 - นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์เป็นผู้รับผิดชอบ การดำเนินงานในส่วนของสภาฯจะเป็นอย่างไร ว่า ตอนเป็นฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทยเคยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 2 ครั้ง โดยไม่แตะหมวดหนึ่งและหมวดสอง ตอนหาเสียงเราก็มีนโบบายแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อได้เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลแล้วพรรคก็จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจุดมุ่งหมายคือการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และต้องหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วย เพราะต้องได้เสียงสนับสนุนจากทั้งสว.และสส.ฝ่ายค้านด้วย เราต้องหาแนวทางว่าในทางปฏิบัติสิ่งใดจะเป็นไปได้มากที่สุด โดยยึดประโยชน์ต่อส่วนร่วม ตอนนี้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคอยู่ระหว่างรับฟังเสียงสส.ทั้ง 141 คน เมื่อได้ข้อสรุปจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป

เมื่อถามว่าการที่รัฐบาลเริ่มตั้งไข่แล้ว คิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จเมื่อใด นายนพดล กล่าวว่า เราเห็นความตั้งใจของรัฐบาลที่ขับเคลื่อนตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก เป็นจุดเริ่มต้นการรับฟังเสียงทุกภาคส่วน พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนแก้รัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่องหวังว่าเรื่องดังกล่าวจะเดินหน้าอย่างไม่ล่าช้า ตามขั้นตอนจนบรรลุเป้าหมายได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงโดยยึดประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อ๋อย' จี้ 'กกต.' สรุปคดีฮั้วสว. ถ้าทำหลักฐานข้อสงสัยสังคมตกน้ำ อาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา

จาตุรนต์ สะกิด กกต.รวบรวมพยานหลักฐานคดีฮั้วสว.ส่งศาลแบบตรงไปตรงมาไม่ออมมือ ถ้าตัดสินใจแบบที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของสังคมที่ต่างรับรู้ข้อมูลหลักฐาน อาจจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา

'จุลพันธ์' ลั่นรัฐบาลยังแน่นปึ้ก เคลียร์ปม 'หมอชลน่าน' ร่วมเวทีฝ่ายค้าน

'จุลพันธ์' การันตี เสถียรภาพรัฐบาลยังแน่นปึ้ก หลังมีข้อกังขา 'หมอชลน่าน' ร่วมเสวนากับฝ่ายค้าน แจง 'เพื่อไทย' เปิดกว้างสมาชิกทำกิจกรรมสื่อสารปชช.ได้

นายกฯ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินยุทธวิธี ก่อนร่วมงานศพ 'เกรียง'

นายกฯ บินตรวจเยี่ยม-มอบนโยบาย หน่วยบินยุทธวิธี กองบิน 1 โคราช ก่อนไปร่วมสวดอภิธรรมศพ 'เกรียง กัลป์ตินันท์' ที่อุบลฯ จับตาพบ 'ทักษิณ' ในงาน

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย