
นโยบาย มท.ยุค ‘อนุทิน’ ปราบผู้มีอิทธิพล ประปาดื่มได้ หนุนพลังงานสะอาด ดันเศรษฐกิจชุมชน ยึดหลัก ‘ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที’
18 ก.ย.2566-ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย,นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมทั้ง ผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากร ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย
นายอนุทิน ได้มอบนโยบายกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ทางกระทรวงฯ มีนโยบายสำคัญ 10 ประเด็น ซึ่งในจำนวนนี้เป็นประเด็นเน้นย้ำจำนวน 4 ประเด็น ได้แก่ 1. การปกป้องและเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ หมายถึงการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการ“พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ” คือ ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. น้ำดื่มสะอาดฟรี ลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ให้บูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนให้ครัวเรือนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างทั่วถึง 3. การลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าและน้ำมันของทุกส่วนราชการ สร้างต้นแบบ ให้ประชาชนได้เห็นตัวอย่างของการใช้พลังงานทางเลือก ด้วยการส่งเสริมการติดตั้งSolar Cell / Solar Rooftop ในสถานที่ราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และใช้กับไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ นอกจากนี้ยังต้องส่งเสริมสนับสนุนให้สถานที่ราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 4.การจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล หรือกลุ่มที่มีการใช้อำนาจเหล่านั้นในทางมิชอบ “หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยคือ มุ่งเน้นการจัดระเบียบสังคมเพื่อสร้างสังคมให้สงบสุข บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดอบายมุข ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัยสิ่งใดที่ขัดกับความมุ่งหมายนี้ ก็คือสิ่งที่เราต้องใช้กลไกของรัฐในการกำจัดให้สิ้นไป”
นายอนุทิน กล่าวว่า นอกจาก 4 นโยบายมุ่งเน้น ยังมีประเด็นนโยบายสำคัญเพิ่มเติม ในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย 5. พลังงานสะอาด มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด โดยสนับสนุนให้มีการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ในที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชน รวมไปถึงการเพิ่มรายได้ จากการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ให้แก่รัฐ ตลอดจนส่งเสริมให้ครัวเรือนและชุมชนสร้างรายได้จากพลังงานสะอาด โดยการจัดตั้งธนาคารคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ทุกจังหวัด 6. การบริการประชาชนแบบ One Stop Service มุ่งหน้าสู่ระบบรัฐบาลดิจิทัลเป็นแนวทางสำคัญของรัฐบาล ที่ถือเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ประเทศในอีกรูปแบบหนึ่ง กระทรวงมหาดไทย จะนำเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ทันสมัยมาใช้ในการปฏิบัติราชการ การทำธุรกรรม เพิ่มประสิทธิภาพ และความโปร่งใส ซึ่งนอกจากจะอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติราชการแล้ว ยังเพิ่มความสามารถในการให้บริการประชาชนมากยิ่งขึ้น พร้อมไปกับเป็นการลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ขจัดช่องโหว่ที่เอื้อต่อการทุจริตอีกด้วย
7. การอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ส่งเสริมให้จังหวัดอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วางแผนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว บูรณาการจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อจัดระเบียบพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ไปจนถึงดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว 8. การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การผลิต การตลาด และการจำหน่าย เรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนตามอัตลักษณ์ที่โดดเด่น (OTOP) ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการประสานกับภาคเอกชน เพื่อให้เข้าใจแนวโน้มตลาดมากขึ้น การสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ซึ่งจะนำสู่การส่งออกสินค้าเชิงวัฒนธรรมและนำหลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการในชุมชนท้องถิ่นเป็นหน่วยธุรกิจในการสร้างงานสร้างรายได้ตามแนวทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนด้วย 9.การแก้ไขปัญหายาเสพติด เสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้าน ชุมชน ตามแนวทางหมู่บ้าน ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด มุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่อย่างจริงจัง รวมทั้งการป้องกัน ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย การบำบัดรักษา และการฟื้นฟูสภาพทางสังคม การสื่อสารเชิงรุก ให้มองผู้เสพ คือ ผู้ป่วยนำผู้เสพยาเสพติดไปเข้ารับการบำบัดรักษาและได้รับการฟื้นฟูเพื่อคืนคนดีสู่สังคม โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด ให้หมดไปจากสังคมไทย และ10.สนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ และการเตรียมความพร้อมท้องถิ่นรองรับสังคมผู้สูงอายุ
“ที่สุดแล้ว ขอให้บุคลากรทุกท่านยึดหลักการทำงาน ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที ขอให้ช่วยกันพิจารณาว่าระเบียบที่ใช้อยู่นั้น ยังส่งเสริมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอยู่หรือไม่ อะไรไม่จำเป็นให้ตัดออก อะไรที่ยังทำงานได้ดี ก็ให้ปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเป็นการเติบโตของเศรษฐกิจ การพัฒนาทางสังคม รายได้ และมีความสุขและความพึงพอใจของประชาชน เป็นตัวชีวัดความสำเร็จ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พรฎ.เปิดสภา/ลุ้นกธ.โหวตปธ.
“ครม.” เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภาโดยยังไม่ระบุวันที่ “อนุทิน” แจ้งป่วยลาประชุม “ธรรมนัส” ก็ไม่เข้า
จ่อปิดปั๊มนํ้ามัน4ทุ่ม ครม.กางแผนรับกรณีวิกฤตเคาะแพ็กเกจประหยัดพลังงาน
ครม.พร้อมใจสวมเชิ้ตแทนใส่สูทผูกไทขานรับประหยัดพลังงาน
รัฐบาลอนุทิน 2จบ! ยึด14กระทรวง26เก้าอี้ไร้‘กธ.-ปชป.’ร่วม14มี.ค.เปิดสภา
นายกฯ เผย 14 มี.ค. "ในหลวง" เสด็จฯ ทรงเปิดประชุมสภา "อนุทิน" ปลุก สส.น้ำเงินเป็นปึกแผ่น ยกบทเรียนขู่แหกคอกสอบตกหมด
สั่งสำรองน้ำมันเพิ่ม อนุทินผุดศบก.พร้อมออกประกาศ/69คนไทยกลับ7มี.ค.
นายกฯ ลงนามตั้ง “ศบก.” ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง รับห่วงทุกด้าน หวังให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด “อนุทิน” ออกประกาศมาตรการป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มีผลบังคับใช้แล้ว
จัดทัพรัฐบาลน้ำเงิน บททดสอบ 'อนุทิน'
หลังจาก กกต.ประกาศรับรอง สส.เขตและบัญชีรายชื่อครบ 499 คน ตามเกณฑ์ร้อยละ 95 แล้ว ขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญคือการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายใน 15 วัน
'อนุทิน' ยกหนังสือรับรอง สส. เคาะหัว 3 ที เผยเป็นตำแหน่งมีเกียรติต้องทำงานให้ประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางเข้ารับหนังสือรับรองการได้รับเลือกเป็น สส. บัญชีรายชื่อ โดยก่อนหน้านี้ มี สส.บัญชีรายชื่อของพรรคมารอต้อนรับนายกรัฐมนตรี ซึ่งบางคนได้ส่งผู้แทนเข้ารับหนังสือรับรองและบางคนมารับหนังสือรับรองด้วยตัวเอง ภายหลังรับหนังสือรับรอง นายอนุทิน ได้นำหนังสือรับรองสส.เคาะที่หัวตัวเอง 3 ครั้ง

