'บิ๊กทิน' ยิ้มร่า! คุมกลาโหมสุขทุกวัน ยกทหารฮีโร่ในดวงใจ

‘บิ๊กทิน’ ฟุ้งนั่งเก้าอี้ รมว.กห. 10วัน สุขขึ้นเรื่อยๆ เจอเรื่องหนักไม่เกินคาด ชมเปาะทหารผ่านศึกฮีโร่ในดวงใจ ต้องดูแลอย่างดีช่วงบั้นปลายชีวิต เล่าวัยเด็กฝันอยากเป็นทหาร

22 ก.ย. 2566 – นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการประชุมสภาทหารผ่านศึก ครั้งที่ 3/2566 ณ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกหลังได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยนายสุทิน ได้กล่าวว่า เรื่องสำคัญในวันนี้คือการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก โดยกล่าว่าในปี 2567 งบประมาณยังคงเท่าเดิม (2,996,431,300 บาท) ประกอบด้วย กิจกรรมสวัสดิการสงเคราะห์และการอาชีวะสงเคราะห์, กิจกรรมการให้บริการและการรักษาพยาบาล, กิจกรรมการสร้างความเข้มแข็งให้กับทหารผ่านศึกและทหารนอกประจำการ และกิจกรรมการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนในปี 2568 งบประมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามจำนวนของทหารผ่านศึกที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยพิจารณาเพิ่มขึ้นในกรอบและเกณฑ์ ตามเหตุผล และความจำเป็น

เมื่อถามว่า มีการพิจารณาเงินสวัสดิการของทหารผ่านศึกเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคม โดยใจจริงอยากจะเพิ่มให้มากขึ้น แต่ต้องคำนึงถึงทุกภาคส่วนของประเทศ แต่ที่แน่นอนที่สุดก็คือต้องให้ทหารผ่านศึกสามารถดำรงชีพอยู่ได้ เมื่อภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนค่าครองชีพ หรือปัจจัยอื่น ๆ ตามไปด้วย

ส่วนที่มีการพิจารณาเรื่องเงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึกชั้น 3 หรือไม่ เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมากนั้น รมว.กลาโหม กล่าวว่า เคยนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีผ่านรัฐสภาไปครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งไม่ได้รับความเห็นชอบ เมื่อมีการเสนอในประเด็นนี้อีก ที่ประชุมในวันนี้ไม่มีข้อขัดข้อง ซึ่งก็จะมีการนำเสนอเพื่อพิจารณาที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อรับฟังความผิดของภาคประชาชน โดยทางกระทรวงกลาโหมจะสนับสนุนเต็มที่ แต่ถ้าหากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร ก็จะต้องเป็นไปตามนั้น

นายสุทิน ยังกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อทหารผ่านศึกว่า พูดในที่ประชุมแล้วว่าตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก ทหารผ่านศึกเป็นฮีโร่ในดวงใจหรือไอดอล และยังคิดอยากจะเป็นทหารและชื่นชมทหาร โดยเฉพาะเวลาชมภาพยนตร์เห็นทหารพิการก็รู้สึกชื่นชมและไม่คิดว่าจะได้มาทำงานร่วมกับองค์กรทหารผ่านศึกวันนี้ มาถึงวันนี้ความรู้สึกหรือสำนึกนั้นยังมีอยู่ จึงคิดว่าทางใดที่จะช่วยทหารผ่านศึกอยู่ได้และมีความสุขในบั้นปลายอยากทำ เพราะต้องคิดอย่างหนึ่งว่าถ้าหากช่วยเหลือทหารผ่านศึกก็จะมีผลไปถึงทหารประจำการด้วย เพราะคนที่เป็นทหารนี่วันนี้ก็มองไปในอนาคตตัวเอง เวลาจะไปออกรบหรือทำอะไรที่เสียสละถ้าเห็นว่าสังคมดูแลทหาร ผ่านสึกดีก็จะทำให้เขามีกำลังใจ แต่ถ้าเราทอดทิ้งทหารผ่านศึกทหารประจำการวันนี้ก็คงห่อเหี่ยว

เมื่อถามว่า เป็นรัฐมนตรีกลาโหมมาแล้ว 2 สัปดาห์ รู้สึกอย่างไรบ้าง นายสุทิน ตอบแล้วยิ้มว่า กำลังมีความสุข กำลังมีความสุขขึ้นเรื่อยๆ เจอเรื่องหนักก็ไม่ถือว่าเกินคาด เพราะตอนที่เป็น สส. อยู่ก็รู้ว่าที่นี่หนัก เมื่อเราจะมา ก็ต้องคิดว่ามาเจอหนัก แต่ที่มีความสุขก็คือ มาเจอความมีวินัย ทหารมีวินัยก็มีความสุข ไม่ยุ่งไม่ปวดหัวเหมือนองค์กรที่ไม่มีวินัย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากย้อนเวลาได้ อยากเป็นทหารหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า อยากเป็น เพราะตอนเด็กก็อยากเป็นทหาร แต่วันนี้แก่แล้ว คงไม่ได้

เมื่อถามย้ำว่า อยากเป็นทหารเหล่าไหนบกเรือหรืออากาศ นายสุทินกล่าวว่า ที่ไหนก็ได้ ขอเป็นทหารหาญ นายสุทินยังเปิดเผยด้วยว่า ไม่เคยเกณฑ์ทหาร แต่ตนรับราชการเป็นครูตั้งแต่อายุ 18 ปี พออายุครบ 21 ปีก็ได้รับการยกเว้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วันวิชิต' ย้อนเล่า 'บิ๊กเล็ก' เคยเปรยห่วงชายแดน 'ตะวันตก' มากกว่าฝั่ง 'ตะวันออก'

วันวิชิต ระบุไม่คิดว่าเรื่องความขัดแย้งระหว่างกองทัพพม่า กับชนกลุ่มน้อยจะมาเป็นประเด็นร้อนเร็วกว่าที่คาด  รอบนี้ดูพม่าเขาขึงขังกร้าวร้าวเป็นพิเศษ ต้องจับตาดุต่อไป

'อนุทิน' สักการะศาลหลักเมือง เอาฤกษ์เอาชัยก่อนลุยศึกซักฟอก

"อนุทิน" สักการะศาลหลักเมือง "เอาฤกษ์-เอาชัย" ก่อนศึกซักฟอกเข้ากลาโหม สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกินข้าวกับ "บิ๊กดุลย์" ขอบคุณกองทัพช่วยประชาชนฟื้นฟูช่วงน้ำท่วม

'บิ๊กดุลย์' ท้าซักฟอกด้วยข้อเท็จจริง อย่าใส่ร้ายป้ายสี ไม่หวั่นถูกโยงสัมพันธ์ 'เนวิน'

พล.ท.อดุลย์​ บุญธรรม​เจริญ​ รมว.​กลาโหม​ กล่าวถึงการตั้งคณะทำงาน​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ โดยมี พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี​ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย - กัมพูชาหรือ JIC  เป็นประธานคณะทำงานเพื่อรับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ​ว่า

ตั้ง 'พล.อ.อ.ประภาส' นั่งหัวหน้าคณะทำงาน รมว.กลาโหม ชุดใหม่ คุมศูนย์ข้อมูลชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อ

พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามคำสั่งกระทรวงกลาโหมแต่งตั้งคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมชุดใหม่ เพื่อให้การบริหารราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตลอดจนขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหมให้บรรลุผลตามเป้าหมาย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2553 พร้อมยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานชุดเดิม และให้ใช้คำสั่งฉบับใหม่แทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป