
'สมศักดิ์ - เลขาปปส.' ถก รองรัฐมนตรีป้องกันความสงบ สปป. ลาว หาแนวทางปราบปรามยาเสพติด ฝากติดตามผู้ต้องหา 54 หมายจับส่งกลับไทย ลั่น 'เศรษฐา' เอาจริง ระบุไว้ชัดเจน เดินหน้ายึดอายัดทรัพย์
27 ก.ย.2566 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายกิตติกร โล่ห์สุนทร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้หารือกับ พล.ต.คำกิ่ง ผุยหล้ามะนีวง รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันความสงบ และหัวหน้ากรมใหญ่ตำรวจ แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พลจัตวา สมหมาย พมมะจัน หัวหน้ากองบัญชาการป้องกันความสงบแขวงสะหวันนะเขต พ.อ.อินปง จันทะวงสา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด และคณะ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และหารือข้อราชการ ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล
โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้มารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบดูแลงานด้านเดิมด้วย คือ กระทรวงยุติธรรม ที่ต้องแก้ปัญหายาเสพติด โดยมั่นใจว่า จะได้ประสานและสนับสนุนการแก้ปัญหายาเสพติดได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่า ถึงแม้สถานการณ์ยาเสพติดจะดีขึ้น แต่เครื่องมือก็ยังไม่ครบถ้วน เปรียบเสมือนวัว 1 ตัว จะเดินได้ต้องมี 4 ขา แต่การปราบปรามยาเสพติด ที่ผ่านมา มีเพียงขาเดียวคือ ป.ป.ส. ซึ่งเหมือนเป็นวัวเด็กที่ยังไม่แข็งแรง ส่วนอีก 3 ขา คือ ตำรวจ ปปง.และสรรพากร ยังไม่เข้าใจถึงกฎหมายใหม่ ในเรื่องการยึดอายัดทรัพย์ แต่ปัจจุบันได้มีความเข้าใจในตัวกฎหมายใหม่มากขึ้นแล้ว ประกอบกับนายกฯ ได้เข้าใจถึงแนวทางการแก้ปัญหา จึงดูแล 3 ขาที่เหลือเอง ตนมองว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะจะทำให้การแก้ปัญหายาเสพติด สามารถเดินหน้าบูรณาการได้อย่างแข็งแรงทั้ง 4 ขา
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาทุกวันนี้ ยาเสพติด มีต้นทุนที่ถูกมาก เพียงเม็ดละ 50 สตางค์ ผู้กระทำผิด สามารถทำกำไลได้ถึง 400 เท่า ดังนั้น ถ้าเราไม่เอาจริง ก็จะไม่สำเร็จ แต่ขอยืนยันว่า รัฐบาลนี้ โดยเฉพาะนายกฯได้เอาจริงในเรื่องการปราบปรามอย่างเด็ดขาด ด้วยการยึดอายัดทรัพย์ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่เคยเขียนเรื่องยึดทรัพย์ไว้เลย แต่รัฐบาลระบุไว้ชัดเจนว่า ต้องขับเคลื่อน โดยถ้าเดินตามนี้ จะสำเร็จอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องเว็บพนัน ก็มีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักนำเงินมาฟอกไว้ จึงต้องหันมาดูในเรื่องนี้ด้วย นอกจากนี้ ผมขอฝากในเรื่องการติดตามผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ตามหมายจับของไทย ที่หลบหนีไปยังลาว ซึ่งพบว่า มีถึง 54 หมายจับ หากสามารถส่งตัวกลับมาไทยได้ ก็จะช่วยขยายผลไปสู่การยึดอายัดทรัพย์ได้อีกเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ พล.ต.คำกิ่ง กล่าวว่า ขอแสดงความยินดี ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี โดยเป็นตำแหน่งที่สำคัญและมีความหมายเป็นอย่างมาก ซึ่งตนต้องขอขอบคุณ ที่ให้โอกาสคณะเข้าเยี่ยม อนาคตเราจะได้ช่วยกันขับเคลื่อนงานต่อ โดยเฉพาะการแก้ปัญหายาเสพติด ที่ถือว่า เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ เพราะที่ผ่านมา สมัยนายสมศักดิ์ เป็น รมว.ยุติธรรม ก็ได้มีการทำงานร่วมกันอย่างแน่นแฟ้น และได้ช่วยเหลืองานของลาวจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ จากการหารือกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็มีแนวคิดตรงกันว่า จะผลักดันการแก้ปัญหายาเสพติด เป็นวาระนานาชาติ เพราะยาเสพติด ถือเป็นปัญหาใหญ่ ขณะเดียวกัน ตนยังเห็นด้วยกับเรื่องการขับเคลื่อน 4 ขา เพราะจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ปราบปราม โดยตนหวังว่า จากนี้ ป.ป.ส.ของทั้ง 2 ประเทศ จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ ในช่วงท้าย นายสมศักดิ์ ได้มอบเครื่องมือการปราบปรามยาเสพติด ให้กับคณะรัฐมนตรีลาว คือ หนังสือประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการกับผู้ค้ายาเสพติดร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อมตะ’ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน’อมตะซิตี้ นาหม้อ’
‘อมตะ’ ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน ‘อมตะซิตี้ นาหม้อ’ พัฒนาสู่ฮับอาหารแปรรูปแห่งใหม่ชูจุดแข็งด้าน พลังงานสะอาด และทำเลเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมต่อตลาดจีน
รมว.ทส. เยือน สปป.ลาว ติดตาม 'ยุทธศาสตร์ฟ้าใส' หนุนจัดตั้งสถาบันฝึกอบรมดับไฟป่า หวังแก้ปัญหาวิกฤตหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อประชุมหารือทวิภาคีร่วมกับ ดร.ลินคำ ดวงสะหวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว ในประเด็นความร่วมมือด้านการจัดการหมอกควันข้ามแดนและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จฯ เยือนประเทศลาว ทอดพระเนตรตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเป็นโรงแรมที่ประทับ ไปยังหอคำ (ทำเนียบประธานประเทศ) เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯถึง สปป.ลาว แล้ว ทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่าง วันที่ 16-18 มีนาคม 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการนี้ ทรงทำการบินด้วยพระองค์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วย
ประกาศสำนักพระราชวัง 'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ 16-18 มี.ค.69
สำนักพระราชวังออกประกาศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนิน เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 ถึงวันที่ 18 มีนาคม พุทธศักราช 2669 ตามคำทูลเชิญของนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

