
เลขาธิการพรรคพท.การันตี’อุ๊งอิ๊ง’ขึ้นนายกฯได้ แต่ไม่ใช่มาเสียบแทน’เศรษฐา’ในช่วงนี้ ลั่นรอบหน้านำพรรคกลับมาชนะเลือกตั้ง หลังที่ผ่านมาไม่ใช่ช่วงขาขึ้น
5 พ.ย.2566-นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโอกาสความเป็นไปได้ในการขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นส.แพทองธาร ชินวัตร หลังถูกถามว่า มีการมองกันว่าหลังมีการเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่ ที่นส.แพทองธาร ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายกฯขาลอย คงอีกไม่นานแล้ว สักปลายปีหน้า หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะขึ้นเป็นนายกฯ โดยนายสรวงศ์กล่าวตอบว่า การเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าจะให้ผมยืนยันตอนนี้เท่าที่คุยกัน ยังไม่มีความคิดนี้เพราะนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ก็มีความตั้งใจในการทำงาน อย่างก่อนที่ผมจะมาเป็นเลขาธิการพรรค ก็เป็นทีมทำงานของนายกรัฐมนตรี ตอนหลังเลือกตั้งเสร็จ ที่มีแกนนำพรรคไปเจรจาเรื่องการตั้งรัฐบาล นายเศรษฐา ไม่สนใจเรื่องนั้นเลย มุ่งหน้าในการที่จะฟอร์มทีมทำงานเสริม ไม่ว่าจะเป็นนายกฯหรือไม่เป็นนายกฯ
“ผมจึงมองว่าพรรคเพื่อไทยเอง หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเอง ไม่ได้คิดที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงที่คุณเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ไม่มีธงแบบนั้น แต่ธงของเราคือการที่เราจะกลับมาให้พี่น้องประชาชนเลือกเราเป็นอันดับหนึ่งในสมัยหน้า แล้วใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี อาจจะเป็นท่านเศรษฐา ทวีสิน อีกสมัยก็ได้ หรืออาจจะเป็นคุณอุ๊งอิ๊งก็ได้ หรืออาจะเป็นใครก็ได้ ที่มีความเหมาะสม ซึ่งพรรคเพื่อไทยเราชัดเจน งวดนี้เราพูดชัดเจนเลย”
นายสรวงศ์ กล่าวต่อไปว่า ที่คนสงสัยว่าทำไมเพื่อไทยต้องเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีสามคน ก็เพราะเราถูกกระทำมาเยอะ และสิ่งที่เกิดกับคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ชัดเจนเลยคือถ้าก้าวไกล มีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯสำรองไว้อีกสักสองคน มันก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง ก็เลยบอกไว้ได้ว่า ความคิดของหัวหน้าพรรคที่ถามไม่มี ไม่มีแน่นอน เพราะอย่างที่เห็นการทำงานของทั้งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ทำงานคู่ขนานกันตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ถ้าเรื่องการเมือง เทียบกับหัวหน้าพรรค ทางหัวหน้าพรรคอยู่กับการเมืองมากกว่านายกฯ เพราะอยู่มาตั้งแต่เด็กๆ คือเห็นการเมืองมาตลอด แต่นายกรัฐมนตรีอยู่ในภาคธุรกิจมาตลอด แล้วถูกทาบทามมาเพราะมีความสามารถในการช่วยพาประเทศไปในทางด้านบวก
ถามย้ำว่า ถ้าเกิดอะไรที่จำเป็น นายกฯต้องลงจากตำแหน่งเช่น ในปีหน้า 2567มั่นใจหรือไม่ว่า นส.แพทองธาร พอจะรับช่วงต่อได้ ทั้งเรื่องวุฒิภาวะ ประสบการณ์ เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ได้ครับได้ โดยส่วนตัวแล้ว ไม่มีข้อบกพร่องอะไรเลย ที่จะรับไม่ได้ คำว่าวุฒิภาวะ ต้องแยกแยะให้ออก ถ้าเราพูดถึงวุฒิภาวะ อย่างอายุ 18 ปี ที่เลือกตั้งได้ แม้จะยังไม่บรรลุนิติภาวะ 20 ปี แต่ที่เลือกตั้งได้ เพราะมองว่า 18 ปีถือว่ากลั่นกรอง คิด วิเคราะห์ แยกแยะได้ ในการเลือกคน เพราะฉะนั้น หัวหน้าพรรค อายุ 37 ปี ผมก็ไม่แปลกใจอะไรที่เหมาะในการจะมาเป็นผู้นำประเทศ
นายสรวงศ์ ยังกล่าวหลังถูกถามถึงบทบาทการเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่มีภารกิจต้องทำให้เพื่อไทยกลับมาทวงแชมป์ชนะเลือกตั้งอีกครั้งในการเลือกตั้งรอบหน้าว่า เป็นจุดหมาย และต้องทำให้ได้ เพราะเราอยู่ในพรรคการเมืองที่มีต้นทุนสูงพอสมควร คือเราเองต้องบอกว่า เราไม่ได้อยู่ในช่วงของที่อยู่ในขาขึ้น เราลง แต่ตอนนี้เรากำลังพยายามจะขึ้นมา กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดปัจจุบันต้องทำงานหนักมาก แต่เรามองซ้ายมองขวาแล้ว บรรยากาศในการทำงาน มันน่าทำงาน มองว่ามันทำงานได้ ทุกคนพร้อมมันเหมือนกับว่า คนเราสมหวังมาตลอด ก็จะไม่กระตือรือร้น ก็จะชิลล์ๆ ก็จะเฉยๆ
ต้องยอมรับว่าหลายเขตเลือกตั้งที่เราพลาดไปในงวดนี้ พลาดมาจากผลโพลที่พลาด บางคนผมลงไปคุย เขาบอกว่านึกว่ายังไงเพื่อไทย ก็ชนะอยู่แล้ว ก็เลยไปกาให้คนอื่น เยอะครับ ในกรุงเทพมหานครก็เยอะ คือนึกว่ายังไงเพื่อไทยก็ชนะ ก็เลยไปกาให้พรรคอื่น เลือกตั้งรอบหน้า ทุกที่ก็ต้องได้เพิ่ม กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง เพื่อไทยต้องกลับมาให้ได้ มั่นใจในการที่เราจะดึงความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปลอดประสพ' กระตุก 'ภท.' คำนึงถึงเรื่องน้ำท่วมใหญ่ เหมือนพรรค 'ดร.เอ้-ดร.เชน' บ้าง
โลกอยู่ในภาวะร้อนขึ้นและรวนหนัก ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนและมีทะเลสองฝั่ง จึงคาดเดาได้ว่า ปัญหาจะเป็น ฝนหนัก น้ำท่วม การเตือนภัย การเผชิญเหตุ จึงเป็นเรื่องสำคัญ
หมดกัน! 'พท.' ขายของเก่าหาเสียงคนกรุงรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ลุยปราบยาเสพติด
คณะพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียง ณ เขตภาษีเจริญ และเขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
'ส้ม' ท้าชน 'พท.' ยกทัพใหญ่บุกอุดรธานี เมืองหลวงคนเสื้อแดง 'เท้ง' ลั่นปักธงทั่วอุดรฯ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ไปหาเสียงที่อุดรธานี ที่เป็นเหมือนเมืองหลวงของคนเสื้อแดง
รัฐบาลปีม้าหนี'ทุนสีเทา'ไม่พ้น วัดใจ'พลังเงียบ'ชี้ชะตาประเทศ
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญ พรรคการเมืองต่างเร่งนำเสนอนโยบาย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และทีมรัฐมนตรี เพื่อขอโอกาสประชาชนเข้ามาบริหารประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า
สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ
วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่

