คกก.แก้รธน.ชุด"ภูมิธรรม" ชงพรรคการเมือง - สภาส่งศาลรธน.ตีความปมขัดแย้งทำประชามติกี่ครั้ง หลังเห็นต่าง ทำ 2 หรือ 3 ครั้ง พร้อมมอบหมายคณะอนุชุดวุฒิสาร ไปศึกษา กม.ให้ใช้ เทคโนโลยีเลือกตั้ง-พร้อมครอบคลุมลต.ท้องถิ่น เตรียมส่งหนังสือกกต.ชุดใหญ่ สอบถามขั้นตอนขัดเจน ปัดซื้อเวลา หากหลุดไทม์ไลน์ สรุปเข้าครม.ต้นปีหน้าไม่ทัน เชื่อ ปชช.เข้าใจข้อจำกัด
24 พ.ย.2566 - เมื่อเวลา16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ 60 เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการชุดดังกล่าวว่า วันนี้ได้มีการรายงานความคืบหน้า โดยเริ่มจากคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นฯ ที่มีนายนิกร จำนง เป็นประธาน ได้ดำเนินการไปพอสมควร เหลือการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในภาคเหนือ และภาคใต้ และอีกส่วนรอรัฐสภาเปิดเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสส.หลังจากที่ฟังจากสว.มาแล้ว เพื่อให้การรับฟังความคิดเห็นครบถ้วน โดยเราจะเร่งสรุปความคิดเห็นทั้งหมด ส่วนความเห็นต่างเราจะบันทึกข้อคิดเห็นนั้นด้วยเพื่อให้ครม.รับทราบข้อมูลทั้งหมด เพื่อตัดสินใจ
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติ ทีมีนายวุฒิสาร ตันไชย เป็นประธาน ที่ได้ศึกษาว่าจะทำประชามติกี่ครั้ง จะเลือกทางเดินในการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เกี่ยวกับวิธีการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่มีความเห็นแตกต่างกันมาก เราจึงสรุป และเชื่อมโยงข้อกฎหมายต่างๆ และกฎหมายประชามติที่เราจะเข้าไปทำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการการแก้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย และมีรัฐธรมนูญใหม่เป็นเครื่องมือที่ทันสมัยขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีในการออกเสียงประชามติได้ และทำให้พ.ร.บ.ประชามติ ทำประชามติได้กว้างขวางขึ้น สามารถทำร่วมกับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน และจะให้อนุกรรมการชุดนายวุฒิสาร ไปศึกษาให้ได้ข้อสรุปให้ชัดเจน
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติให้ตนทำจดหมายไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ชุดใหญ่เพื่อสอบถามความเห็นเรื่องเกี่ยวกับการทำประชามติ เพราะก่อนหน้านี้คุยกับเลขาธิการกกต.ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปในทางกฎหมาย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังต้องการทราบว่าองค์กรใดมีอำนาจที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเกี่ยวกับการทำประชามติ เพราะหากไม่ชัดเจนอาจจะทำให้ศาลไม่สามารถตีความได้ จึงมีความเห็นบางอย่างเสนอขึ้นมา อยากให้สภาฯเสนอตีความตรงนี้ โดยปรึกษาประธานสภาฯให้ใช้เป็นเงื่อนไข ซึ่งเราจะเสนอผ่านพรรคการเมืองที่อยู่ในที่ประชุมของเราไปปรึกษาหารือกัน และหากกระบวนการนี้จะเกิดขึ้น สภาจะเป็นผู้เสนอหากเห็นว่ามันขัดแย้งกันและเห็นว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ ศาลก็มีอำนาจตีความให้เกิดความชัดเจน ซึ่งทุกประเด็นในวันนี้จะประมวลและมีความชัดเจนให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ ว่าจะไปถึงระดับไหน
ถามอีกว่า นายนิกร เสนอให้แก้กฎหมายประชามติเพื่อลดเงื่อนไขผู้มาใช้สิทธิ์ให้น้อยลง จากเดิมต้องมีผู้มาใช้สิทธิ์เกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และคะแนนเห็นชอบต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ ได้นำไปพิจารณาหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็มอบหมายให้ไปศึกษาพร้อมกับเรื่องอื่นๆด้วย เพราะเราอยากเห็นกฎหมายประชามติกว้างกว่าการมาแก้ไขเรื่องกฎหมาย และพ.ร.บ.ประชามติก็ไม่เคยถูกใช้ เราจึงอยากรู้ว่าพ.ร.บ.ประชามติจะใช้ในมิติอื่นๆได้หรือไม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสิ้นเปลืองงบประมาณน้อยที่สุด
ซักว่า ที่เสนอให้สภาฯเสนอศาลรัฐธรรมนูญนั้น คือประเด็นอะไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ประเด็นเกี่ยวกับความชัดเจนในการทำประชามติ และกฎหมายประชามติจะต้องทำกี่ครั้ง และทำอย่างไร รวมถึงทำกับกฎหมายเลือกตั้งอื่นได้หรือไม่ และทำประชามติผ่านเทคโนโลยีได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะต้องมีการคุยกันในสภา ถ้าสภามีข้อมูลชัดเจน แต่ถ้าไม่มีความชัดเจน มีปัญหาอุปสรรคว่าตจะทำประชามติกี่ครั้ง สภาก็จะทำหน้าที่ไปถามศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น
"ประเด็นสำคัญคืออยู่ที่ว่าถ้าจะทำรัฐธรรมนูญต้องถามองค์ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยก่อน ซึ่งนำมาสู่จะต้องทำประชามติ 2-3 ครั้ง ถือเป็นประเด็นสำคัญ"
เมื่อถามย้ำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาให้หรือไม่ เพราะไม่ได้มีหน้าที่เป็นที่เป็นที่ปรึกษา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้ามีความขัดแย้งในสภาว่าจะทำ 2 หรือ 3 ครั้ง แล้วยังไม่ได้ข้อยุติ เป็นอำนาจหน้าที่ที่สภาจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ เราไม่ได้คิดว่าท่านเป็นที่ปรึกษา แต่เราคิดว่าหากเป็นข้อขัดแย้งที่หาข้อยุติไม่ได้ ก็ต้องเสนอ
ถามต่อว่า กระบวนการต่างๆที่ตั้งเพิ่มขึ้น จะกระทบไทม์ไลน์ที่จะสรุปข้อเสนอให้ครม.ในต้นปีหน้าหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า คณะกรรมการฯมุ่งมั่นตามไทม์ไลน์เดิมที่เราประกาศ และพยายามทำให้ถึงเงื่อนไขตรงนั้นให้ได้ แต่ถ้าถึงจุดสุดท้ายแล้วถ้ามีปัญหาอะไรเราก็จะชี้แจงให้ทราบ และถ้าเป็นเรื่องที่จำเป็น และเป็นข้อจำกัดที่ฟังได้ ตนคิดว่าประชาชนก็เข้าใจ ส่วนที่มีการมองว่ารัฐบาลจะดึงเรื่องให้เกิดความล่าช้า ตนขอยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องนี้รัฐบาลตั้งใจทำให้สำเร็จ เพราะเป็นประโยชน์กับประชาชนทุกส่วน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แสวง' เผย กกต.ส่ง 4 พยานคนนอกสู้คดีบาร์โค้ด
'แสวง' เตรียมยื่นบัญชีพยานต่อศาล รธน.คดีคิวอาร์ 11 คน 7 คนใน กกต. 4 คนนอกผู้เชี่ยวชาญ พร้อมความเห็นครบ รอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา
ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน. ชี้ปม ป.ป.ช. ปล่อยผี 'คดีศักดิ์สยาม'
'ศรีสุวรรณ' บุกร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลวินิจฉัยปม ป.ป.ช. ยกคำร้อง 'ศักดิ์สยาม' ไม่จงใจซุกหุ้นขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยศาล รธน. หรือไม่
จวก‘ป.ป.ช.’เละ ฟอกศักดิ์สยาม เชื่อเจอกฐินไล่
“ป.ป.ช.” เจอกฐินชุดใหญ่ ปมฟอกขาว “ศักดิ์สยาม” วิโรจน์กังขาเมินหลักฐาน-คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อเจอเข้าชื่อยื่นถอดถอนตามรัฐธรรมนูญแน่ “ปริญญา” มั่นใจเรื่องไม่จบง่ายๆ
กกต. ส่งบัญชีพยาน 11 คน ถึงมือศาลรธน. สัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติส่วนตัว
กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยาน 11 คน สู้คดีคิวอาร์โค้ด ถึงมือศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติพยาน ยันทาบทามเหตุเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน เชื่อศาลเน้นที่ข้อมูลไม่ใช่ตัวบุคคล
ป.ป.ช.แจงยิบปม 'ศักดิ์สยาม' ไม่ขัดคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญเหตุเจ้าตัวไม่มีเจตนา-ไม่เอื้อประโยชน์
ป.ป.ช. แจงยิบ 'ศักดิ์สยาม' รอดคดีซุกหุ้น เพราะไม่มีเจตนาปกปิดทรัพย์สิน ไม่เอื้อประโยชน์ หจก.บุรีเจริญฯ
'ภูมิธรรม' เปิดภาพ 'ทีมเพื่อไทย' หลายรุ่นรวมเป็นปึกแผ่น ยังเชื่อมั่นเป็นที่พึ่งของประชาชน
นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า เมื่อวานพวกเรา"ทีมเพื่อไทย" หลายรุ่นได้มีโอกาสพบปะพูดคุย ทานอาหารร่วมกัน

