
"วิษณุ" แนะรัฐบาลควรส่งเรื่องถามกฤษฎีกา 2 ขยัก ก่อนออก "พ.ร.บ.เงินกู้5แสนล้าน" ทำได้หรือไม่ ก่อนส่งร่างถามรอบสอง เชื่อตอบกลับทัน พ.ค. 67 เตือนหากส่งเฉพาะร่าง ระวังโดนคดีตามหลัง
6 ธ.ค.2566 - เมื่อเวลา 14.10 น. ที่รัฐสภา นายวิษณุ เครืองาม คณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมถามกฤษฎีกา ถึงการออกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ผิดกฎหมายหรือไม่ ว่า เป็นเรื่องที่ตอนนี้ยังตอบไม่ถูก และไม่มีใครตอบถูก เพราะรัฐบาลยังไม่ได้สอบถามมา จึงไม่ทราบว่าจะถามว่าอย่างไร ซึ่งหากส่งมาแล้วก็มี 2 ทางเลือก คือนำเข้าคณะทำงานที่ชำนาญด้านนี้ ที่มีนายพนัส สิมะเสถียร เป็นประธาน เพราะเป็นคนร่างกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ซึ่งอาจจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีกว่า และตนไม่ได้อยู่คณะนี้ หรืออาจจะนำเข้าคณะพิเศษ ดึงคนที่มีความชำนาญด้านต่างๆ เพราะมองแล้วไม่ใช่มิติด้านกฎหมายการเงินการคลังเพียงอย่างเดียว แต่มีกฎหมายเรื่องเงินคงคลัง กฎหมายวิธีการงบประมาณ และกฎหมายเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญ ที่ต้องอาศัยความสามารถของกรรมการหลายคณะ
นายวิษณุ เห็นว่า ทางออกที่ดี ควรส่งคำถามเป็น 2 ช่วง คือช่วงแรกควรถามว่า รัฐบาลประสบปัญหาวิกฤต ประเทศชาติมีวิกฤต และ รัฐบาลคิดว่าจะทำอย่างนี้ถูกกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ถูกขอให้ช่วยแนะนำว่าควรทำอย่างไร ถึงจะทำได้เพื่อช่วยแก้วิกฤต ซึ่งหากกฤษฎีกาตอบมาว่า ออกร่างกฎหมายกู้เงินได้ก็ค่อยส่ง ร่างกฎหมายไป รอบที่ 2 ไม่ใช่อยู่ดีๆ แล้ว ส่งร่างกฎหมายกู้เงินไปเลย เพราะถ้าทำเช่นนี้ก็จะตรวจสอบได้เฉพาะว่า ร่างกฎหมายนี้ถูกต้องตามกฎหมายวินัยการเงินกันคลังหรือไม่ และถ้อยคำ ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะไม่ได้คำตอบที่ต้องการ และวันหนึ่งจะมีคดีไปถึงศาลอีกอยู่ดี ดังนั้น จึงควรถาม 2 รอบ หากถามเร็วก็ตอบเร็ว เชื่อว่าทันเดือนพ.ค. 2567 อย่างแน่นอน
ส่วนเงื่อนเวลาในการพิจารณานั้น นายวิษณุ กล่าวว่า หากส่งคำถามแรกไปขั้นตอนการตอบอาจจะช้ากว่าคำถามที่ 2 ซึ่งหากเร่งพิจารณาทุกวัน ก็น่าจะเสร็จเร็ว ส่วนคำถามที่ 2 นั้นจะสามารถตอบได้เร็วมาก เพราะมีการตอบคำถามแรกไปแล้ว เช่น ถ้ากฤษฎีกาตอบว่า ออกเป็นร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน ก็แสดงว่าออกได้ เมื่อส่งร่าง พ.ร.บ.ไป ก็แค่ตรวจถ้อยคำ ส่วนเรื่องที่ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถือว่าผ่านขั้นตอนการพิจารณามาในคำถามแรกไปแล้ว ทั้งนี้ กฤษฎาฎีกาชิน กับการ ตอบคำถามเหมือนศาล ที่ถามแค่ไหนก็ตอบแค่นั้น โดยหลายเรื่องที่ถาม กฤษฎีกาไปว่าทำได้หรือไม่กฤษฎีกาก็ตอบ แค่ว่าได้หรือไม่ได้ แต่ไม่เคยตอบว่า ถ้าไม่ได้จะต้องทำอย่างไร จะไม่มีการชี้ช่องให้ ดังนั้นการจะถามคำถามไปยังกฤษฎีกา ควรถามให้กว้าง
"ถ้าส่งร่างพระราชบัญญัติไปรอบเดียวเขาจะตีความในมิติที่แคบ ถามช้างก็ตอบช้างไม่ได้ตอบม้า แต่ถ้าถามไปว่าจะช้าง หรือม้า หรือวัว หรือควายดี เขาก็จะได้ตอบให้" นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่าส่งร่าง พ.ร.บ.ไปถามเลย จะทำให้มีคดีความตามมาหรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะที่ขู่ ก็ไม่ได้หมายความว่า จะถูกต้องเสมอไป ขณะนี้ต่างคนต่างไม่รู้ทั้งนั้นว่า ในตอนนี้รัฐบาลจะสอบถามกฤษฎีกาว่าอย่างไร
สำหรับกรณีที่สอบถาม ว่าประเทศวิกฤต จะออกได้เป็นพระราชกำหนดเท่านั้นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อันดับแรกคนที่จะตัดสินว่าประเทศวิกฤตหรือไม่คือรัฐบาล และการที่จะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แบ่งได้เป็น 2 วรรค คือ วรรคแรกกรณีที่วิกฤตฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน ให้ออกเป็นพระราชกำหนดได้ และอีกวรรคหนึ่ง เป็นการแก้ปัญหาฉุกเฉิน จำเป็นเร่งด่วน ต้องเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือความมั่นคงทางการเมือง ซึ่งในประเด็นแรก เรื่องวิกฤตหรือไม่ฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับ วินิจฉัย แต่เรื่องนี้จำเป็นต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางการเมืองหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ได้
ดังนั้น หากเกิดวิกฤตไม่ถึงขนาดไฟลนก้น เพียงแต่เหมือนวิกฤตมาแล้วหลายเดือน และมีแนวโน้มว่าจะวิกฤตต่อ ก็ออกเป็น พ.ร.บ.ได้ แต่ปัญหามีอยู่ว่า การออก พ.ร.บ.กู้เงิน มาช่วยประชาชน วิกฤตหรือไม่เป็นเรื่องหนึ่ง และเข้าใจว่าในมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ บัญญัติไว้ว่า รัฐจะไปจ่ายเงิน เพื่อประชานิยมไม่ได้ ตรงนี้เป็นเรื่องที่จะต้องตอบ และจะไปสัมพันธ์กับเรื่องที่ไม่ตรงปกตอนที่หาเสียง พูดเอาไว้อย่างไร ก็เกี่ยวโยงกับกฎหมายเลือกตั้งด้วย
เมื่อถามย้ำว่า การออกเป็น พ.ร.บ.เงินกู้ จะต้องระมัดระวังอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลรู้อยู่แล้วไม่ต้องบอกผ่านสื่อ เพราะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แต่ขอย้ำว่า ถ้าถามกฤษฎีกาไป 2 ท่อน 2 ตอนอย่างที่เสนอ ก็คงไม่ต้องมาถามคำถามนี้ โดยเฉพาะต้องขมวดคำถามว่า ทั้งหมดถ้าทำไม่ได้ต้องทำอย่างไร เช่น ถ้าบอกว่าให้ใช้งบประมาณ ก็ต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน การออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน ก็ถือว่าเสี่ยง
ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการออก พ.ร.บ.เงินกู้ เป็นทางลงของรัฐบาลหรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นทางขึ้น จึงไม่ทราบว่าทางลงเป็นยังไง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้
พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%
เพื่อไทย ตัดข้อกังวลปม 'สสร.' จ่อชงสภาฯให้ทันพิจารณา
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย หลังจากชะลอเพื่อปรับแก้เนื้อหาหลัง สส.พรรคภูมิใจไทยถอนรายชื่อว่า ตอนนี้พรรคเพื่อไทยมีคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ดำเนิน
'ประเสริฐ' เผยเพื่อไทยเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ปรับแก้ที่มา ส.ส.ร. ให้ยึดโยงประชาชนมากที่สุด
ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมร่วม คาดว่ามีการหารือในส่วนของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทยที่มีการปรับแก้เนื้อหาในส่วนของที่มา ส.ส.ร.
'ประธาน กกต.' เผยขั้นตอนประเมินผลงาน 'แสวง' อยู่ระหว่างรอความเห็นกฤษฎีกาตีความ
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงขั้นตอนการประเมินผ
'ชัชชาติ' หนาว! ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ปล่อย 'อากง' วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
อ่านเกมแก้รัฐธรรมนูญ บีบเหลือร่างสีน้ำเงินฉบับเดียว!
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์การถอนชื่อ สส.ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย

