15 ธ.ค.2566 - นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรคในการทำงานเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงว่า พรรครวมไทยสร้างชาติทำการเมืองเน้นการทำการเมืองใหม่ แต่สิ่งที่พรรคต้องรักษาไว้คือ สถาบันหลักของชาติ ซึ่งเป็นเสาหลักคือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ที่ต้องยึดถือไว้ เป็นจุดยืนของพรรคที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรค โดยแนวทางที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคได้บอกคือ พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมสมัยใหม่ หรือ อนุรักษ์นิยมก้าวหน้าต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้ทันกับโลกทั้งเทคโนโลยี สังคมและสภาวะทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน เราต้องนำประเทศและพี่น้องประชาชนในการปรับตัวให้ทันและเข้ากับการเปลี่ยนแปลงให้ได้
นายอัครเดช กล่าวว่า จะเห็นได้ว่านโยบายของพรรคหลาย ๆ เรื่องได้สะท้อนจุดยืนของพรรค ในการเป็นอนุรักษ์นิยมสมัยใหม่ เช่น การทำงานในกระทรวง หรือคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคได้รับมอบหมายให้ดูแล เช่น กระทรวงพลังงาน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะรมว.พลังงานก็ยืนยันชัดเจนว่า จะมีการแก้กฎหมาย มีการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานในเชิงรุก การทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงในงานที่เกี่ยวข้องในภารกิจของกระทรวง ตามที่รัฐบาลได้มอบหมาย หรือกระทรวงอุตสาหกรรม น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ก็มีนโยบายพัฒนาเรื่องรถ EV รวมถึงคณะกรรมาธิการคณะต่างๆ ที่พรรคดูแล การทำงานก็เน้นย้ำในเรื่องการทำงานสมัยใหม่ ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม ขอย้ำว่า สิ่งที่เราพูดไม่ใช่ว่าพูดอย่างเดียว แต่เราทำด้วย
โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวย้ำว่า พรรคเปิดกว้างรับคนรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมทำงานการเมืองตลอดเวลา เช่น การจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อรับฟังความคิดเห็น เป็นการเปิดแนวร่วมในการทำงานการเมือง เป็นกิจกรรมที่พรรคได้ทำอย่างต่อเนื่อง เป็นจุดยืนทางการเมืองของพรรคเป็นในแนวทางที่สร้างสรรค์ ส่วนงานที่เป็นนโยบายของภาครัฐและงานนโยบายของพรรคที่เป็นจุดยืนทางการเมือง เราก็มีความชัดเจน
“พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมสมัยใหม่ ที่พร้อมจะรักษาสิ่งเดิมของประเทศที่ดีงามควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่ไม่ใช่พรรคการเมืองแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงแบบบ่อนทำลาย ล้มล้างทุกสิ่งที่เคยมีมาก่อน ดังนั้นเราพร้อมเปลี่ยนแปลงแต่ต้องอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามของประเทศไว้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างโดยไม่ได้ดูรากเหง้าความเป็นมาของชาติบ้านเมือง วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของไทย อะไรดีงามเราต้องรักษาไว้ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เท่านั้นโดยประเพณี ความดีงาม วัฒนธรรมต่างๆ เราก็ต้องรักษาไว้ การเปลี่ยนแปลงในความหมายของพรรค เราเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาและต่อยอด ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงเพื่อบ่อนทำลายล้มล้าง แต่เปลี่ยนแปลงเพื่อแข่งขันกับโลกสมัยใหม่ และเทคโนโลยีต่างๆ เราจะเป็นพรรคการเมืองที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่มีแนวทางเหล่านี้ นี่คือสิ่งที่เป็นจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ”โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศศิกานต์' จี้รัฐเร่งคุม AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ หวั่นข้อมูลคนไทยตกในมือต่างชาติ
โฆษก รทสช. ชี้ธรรมาภิบาลวงการ AI ไทยเริ่มน่ากังวล ตั้งคำถามที่มาเงินลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์-การนำ AI ไปใช้งาน จี้เอกชนเปิดแผนให้ชัด รัฐเร่ง
'พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-รสนา' เห็นพ้องชงยุบ กกพ. ควบรวม กพช. สังคายนาโครงสร้างพลังงาน
“พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-รสนา” เห็นพ้องชงยุบ กกพ. ควบรวม กพช. หยุดเอกชนผูกขาด ดัน กฟผ. ผลิตไฟเกิน 50% เติมรายได้รัฐ ลดภาระประชาชน
'ศึกสุรพล' วันที่ 'ค่ายส้ม' รบกันหนักกว่ารบคู่แข่ง!
การดึง “สุรพล นิติไกรพจน์” เข้ามาเป็น ประธานที่ปรึกษาแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน เดินเลยคำว่าข่าวการแต่งตั้งบุคลากรธรรมดาไปไกลแล้ว ปฏิกิริยาหลังจากนั้นกลายเป็นระเบิด
“ธนพร” อ่านโพล ชี้การเมืองไทย “อนุรักษ์นิยม” ยังโดดเด่น “อนุทิน” ขึ้นเป็นแกนหลัก ส่วนแลนด์บริดจ์ เชื่อ ชาวใต้ ไม่ขวาง เป็นโอกาสรัฐบาลเดินหน้า แต่ต้องให้ข้อมูลครบถ้วน
วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยของสวนดุสิตโพล ประจำเดือนเมษายน รวมถึงผลสำรวจของนิด้าโพลในประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมองว่าเป็นสัญญาณสะท้อนทิศทางการเมืองไทยที่น่าสนใจในหลายมิติ
'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว

