เปิดกรุ 2 อดีตรัฐมนตรีพ้นเก้าอี้ 'มนัญญา' อู้ฟู่ 98 ล้าน 'สาธิต' มี 59 ล้าน

26 ม.ค.2567 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รายชื่อน่าสนใจ คือ อดีตรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นตำแหน่ง 2 ราย ได้แก่

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ กรณีพ้นจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2566

แจ้งสถานะว่าหย่า เมื่อ 1 มิ.ย. 2550 แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 98,143,906 บาท ได้แก่ เงินสด 1.8 ล้านบาท เงินฝาก 4 บัญชี5,257,895 บาท ที่ดิน 25 แปลง 36,087,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 หลัง 39.3 ล้านบาท ยานพาหนะ 5 คัน 3.3 ล้านบาทสิทธิและสัมปทาน 1,799,011 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 10.6 ล้านบาท (ในจำนวนนี้มีทองคำแท่ง 15 แท่งหนักแท่งละ 10 บาท รวมมูลค่า 4.8 ล้านบาท) มีหนี้สินทั้งสิ้น 673,470 บาท

แจ้งมีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 47,662,720 บาท เป็นค่าตอบแทน 1,362,720 บาท ค่าเช่าแผงเนื้อ 6 แสนบาท ขายที่ดิน 2 แปลง ใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รวม 45 ล้านบาท ขายรถยนต์ 1 คัน 7 แสนบาท มีรายจ่ายรวม 40,565,000 บาท ที่น่าสนใจมีค่าก่อสร้างบ้าน 1 หลัง 33 ล้านบาท ซื้อที่ดินรวม 8 แปลง 3.8 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายบุตรเรียนต่างประเทศ 3 แสนบาท และค่าเล่าเรียนบุตรเรียนต่างประเทศ 7 แสนบาท เป็นต้น

สำหรับ น.ส.มนัญญา คือน้องสาวของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ “บ้านใหญ่อุทัยธานี” สส.หลายสมัย ปัจจุบันเป็น รมช.มหาดไทย

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรณีพ้นจากตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2566

แจ้งมีทรัพย์สิน 59,721,229 บาท ได้แก่ เงินฝาก 2,712,333 บาท เงินลงทุน 107 บาท ที่ดิน 54,686,998 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1,736,890 บาท สิทธิและสัมปทาน 154,900 บาท ทรัพย์สินอื่น 4.3 แสนบาท มีหนี้สิน 2,769,380 บาท มีรายได้รวม2,963,220 บาท ในจำนวนนี้มีมารดาให้โดยเสน่หา 1 ล้านบาท มีรายจ่ายรวม 1,611,836 บาท

ส่วนนางบี นพเกตุ ปิตุเตชะ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 21,231,829 บาท ได้แก่ เงินฝาก 55,796 บาท ที่ดิน 6,266,050 บาท ยานพาหนะ2,559,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 3,797,783 บาท ทรัพย์สินอื่น 8,553,200 บาท มีหนี้สิน 1,264,341 บาท ไม่มีรายได้ มีรายจ่ายรวม 818,273 บาท ขณะที่บุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ 1 คน มีทรัพย์สิน 237,457 บาท เป็นเงินฝาก 61,777 บาท เงินลงทุน 161,250 บาท สิทธิและสัมปทาน 14,430 บาท ไม่มีรายได้ มีรายจ่ายรวม 631,175 บาท

รวมทั้งหมดมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 81,190,516 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 4,033,721 บาท

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจเดินหน้าสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้นรายงานนายกฯภายใน 30 วัน

ผบ.ตร.เรียกประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น กำหนดกรอบการทำงาน 20 วัน ชี้คดีอาญาเป็นหน้าที่ ป.ป.ช. ดำเนินการ

ป.ป.ช. ชี้มูล 'เกรียง กัลป์ตินันท์' พร้อมเครือญาติกับพวก ทุจริตก่อสร้างถนน

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

ไต่สวนทุจริตสอบท้องถิ่น 6,014 คน มีชื่อ 2 อดีตอธิบดี สถ. ภรรยากรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาด้วย

เปิด 4 กลุ่มถูก ป.ป.ช. ตั้งกรรมการไต่สวนคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พบมีมีจำนวนมากถึง 6,014 คน โดยในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีชื่อของ 2อดีตอธิบดีคือ 1.ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันที่ 29 ก.ค.-11 พ.ย. 2568

ป.ป.ช. ลุยตั้งกก.ไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' เป็นคดีพิเศษ พุ่งเป้า 4 กลุ่ม รวมอธิบดี สถ.

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาฯป.ป.ช. แถลงกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือใ

ป.ป.ช. ฟันขบวนการรีดเงินต่างชาติ 6 ล้านบาท แลกปล่อยตัวจาก ตม.ภูเก็ต

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายวิทยา สมศรีษมสกุล กับพวก รวม 6 คน กรณีร่วมกันเรียกรับทรัพย์สิน จํานวน 6 ล้านบาท เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานเพื่อให้ดําเนินการปล่อยตัว (ประกันตัว)

ป.ป.ช. ฟัน อดีตนายก อบจ.สตูล พร้อมพ่อ 'รมช.วรศิษฎ์' คดีไม่บอกเลิกสัญญาจ้างเอกชนก่อสร้างล่าช้า

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาฯ ป.ป.ช. แถลงมติชี้มูลความผิด นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล กับพวก กรณีไม่บอกเลิกจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เมื่อปีงบประมาณ 2559 ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า