นัดถกบอร์ดดิจิทัลวอลเล็ต ลุยกู้ 5 แสนล้าน รัฐบาลพร้อมแจงทุกข้อ ป.ป.ช.ท้วงติง

"พรหมินทร์" แจง 5 เหตุผล เศรษฐกิจวิกฤติ พร้อมแจงทุกข้อ กม.ดัน ‘ดิจิทัล วอลเล็ต’ ยกข้อมูล 5 เรื่อง ยันเศรษฐกิจไทยวิกฤติ หลังเศรษฐกิจโตต่ำ ลงทุนหด สภาพคล่องหาย ทั้งในตลาดเงิน - ตลาดทุน ปล่อยไว้เป็นกบต้ม จำเป็นที่รัฐบาลต้องออกมาตราการแก้ไข ชี้ดิจิทัลวอลเล็ตสำคัญ พร้อมตอบทุกข้อป.ป.ช. ระบุกม.ไปสภาฯหากตกไม่มีใครต้องรับผิดชอบทางการเมือง

2 ก.พ.2567 - นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ของรัฐบาลว่านโยบายนี้ยังเป็นนโยบายที่รัฐบาลยังคงเดินหน้าต่อไปและยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงการจากที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้เผยแถลงข่าวไป โดยรัฐบาลจะยังคงเดินหน้าออก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 5 แสนล้านบาทเพื่อมาใช้ในการดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้เตรียมคำชี้แจงและคำอธิบายข้อมูล และเหตุผลที่มีความจำเป็นที่จะออก พ.ร.บ.กู้เงินฯเพื่อใช้ในโครงการนี้ โดยพร้อมที่จะนัดหมายการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet หลังจากที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ส่งความเห็นเรื่องนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตมายังรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะตอบคำถามทุกข้อโดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจว่าวิกฤติอย่างไร พร้อมจะผลักดันให้สามารถแจกเงินดิจิทัลโดยเร็วที่สุด

นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่าข้อมูลทางเศรษฐกิจที่เริ่มออกมาจากหน่วยงานเศรษฐกิจจะตอกย้ำภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่วิกฤติ ซึ่งตอนนี้เห็นข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่บอกว่าจีดีพีไทยปี 2568 ขยายตัวได้แค่ 1.8% เท่านั้น ทั้งนี้ข้อมูลเศรษฐกิจที่ตอกย้ำว่าเกิดวิกฤติเศรษฐกิจแล้วได้แก่
1.เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณเติบโตลดลงเรื่อยๆ โดยอัตราเฉลี่ยการขยายตัวของเศรษฐกิจลดลงต่อเนื่อง จากในช่วงปี 2537-2539 ที่เศรษฐกิจขยายตัวได้เฉลี่ย 7.3% ลดลงเหลือเฉลี่ย 5.2% ในช่วงปี 2542 – 2550 และในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เฉลี่ยเพียง 3.6% ในช่วงปี 2553-2562
2.เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ามาก โดยหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่หลายประเทศนั้นเศรษฐกิจฟื้นตัวได้มากแล้ว โดยในปี 2563 นั้นเศรษฐกิจไทยเคยติดลบถึง 6.1% ซึ่งหลังจากปี 2563 แม้ว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวแต่เติบโตต่ำ เมื่อรวมกันแล้วหากเศรษฐกิจปีที่ผ่านมาโตได้แค่ 1.8% เท่ากับว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่กลับไปได้ในระดับเดิม
3.การลงทุนของไทยอยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน และต่ำกว่าหลายประเทศ ทั้งนี้เมื่อดูข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2553 – 2562 สัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีของไทยอยู่ที่ 23.6% เท่านั้น ต่ำกว่าหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อินโดนิเซียที่อยู่ที่ 32.5% เวียดนาม 30% เกาหลีใต้ 29.9% มาเลเซีย 24.9% และฟิลิปปินส์อยู่ที่ 24.7% ซึ่งการลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำยาวนานสะท้อนปัญหาการใช้จ่ายในประเทศ ที่กำลังซื้อลดต่ำ ทำให้การผลิตสินค้าน้อย และตัวเลขการใช้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมต่ำลง
4.อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจนเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อติดลบในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งภาวะแบบนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชน เนื่องจากหนี้สินครัวเรือนอยู่ในระดับที่สูง โดยในช่วง10 ปีที่ผ่านมาเพิ่มจาก 70% ต่อจีดีพีมาอยู่ที่ 91.6% ต่อจีดีพีทำให้ประชาชนขาดกำลังซื้อและมีแรงกดดันเรื่องหนี้ครัวเรือนที่สูงมาก ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องมีการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
และ 5.วิกฤติในเรื่องของการขาดสภาพคล่อง (liquidity Crisis) ในตลาดเงิน และตลาดทุน เห็นได้จากการปล่อยกู้ของสถาบันการเงินลดลงต่อเนื่อง จากการที่สถาบันการเงินปฏิเสธการปล่อยกู้เนื่องจากกลัวการผิดชัดชำระหนี้ รวมทั้งการระดมทุนผ่านตลาดทุนก็ลดลงอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน ซึ่งสถานการณ์แบบนี้บ่งบอกได้ถึงสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจที่รัฐบาลต้องเข้าไปแก้ไข

“ทั้งหมดนั้นอธิบายได้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจนั้นวิกฤติแล้ว ดิจิทัลวอลเล็ตจึงมีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่ไม่เข้าใจว่าเกิดวิกฤติคือคนที่นั่งอยู่บนหอคอยสูง มีรายได้สูงมองไม่เห็นความลำบากของคนข้างล่าง เป็นคนที่อยู่รอดอยู่แล้ว”นพ.พรหมินทร์ กล่าว

เลขาธิการนายกฯกล่าวว่า จากปัจจัยบ่งบอกว่าเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้มีความชัดเจน และรัฐบาลสามารถอธิบาย 4 เรื่องสำคัญ ที่เป็นประเด็นทางข้อกฎหมายในการออกพ.ร.บ.เงินกู้ฯ 5 แสนล้านบาท ซึ่งตามมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 ได้แก่
1.มีความจำเป็นต่อเนื่องที่จะต้องกู้เงินเพื่อรองรับวิกฤติที่เกิดขึ้น ซึ่งเห็นได้จากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยลดลงต่อเนื่อง
2.มีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำมานาน กระทบกับกำลังการผลิตสินค้า และการส่งออกที่ติดลบ
3.มีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงิน เพื่อแก้ไขภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศ
และ 4.การตั้งบประมาณปกติ ไม่สามารถตั้งได้ทันจึงต้องมีการกู้เงินเพิ่มเติม

“คำว่าวิกฤติไม่วิกฤตินั้นรัฐบาลจะเป็นคนตัดสินใจซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการทำนโยบายเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน และรัฐบาลยึดสภาพความเป็นจริงจึงต้องมุ่งแก้ไขด้วยมาตรการดิจิทัล วอลเล็ต ซึ่งเป็นการปั๊มหัวใจให้ประชาชนที่ยากลำบากสามารถดำเนินชีวิตต่อได้ และเกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน ทำให้ภาคส่วนอื่นๆของเศรษฐกิจดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะหากไม่ทำอะไรเศรษฐกิจไทยก็เหมือนกับกบต้มที่รอวันตาย” นพ.พรหมินทร์ กล่าว

สำหรับข้อกังวลเรื่องวินัยการเงินการคลังว่านโยบายนี้อาจทำให้การคลังของประเทศมีความเสี่ยงเนื่องจากพื้นที่ทางการคลังของประเทศเหลือน้อยและหนี้สาธารณะใกล้แตะระดับ 70% ของจีดีพีแล้วนพ.พรหมินทร์ อธิบายว่ารัฐบาลทำนโยบายนี้โดยมีการวางแผนการใช้หนี้คืนครบเต็มจำนวนภายใน 3 ปี โดยการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทนั้นจะตั้งงบประมาณปีละ 1.7 – 1.8 แสนล้านบาทใช้คืนหนี้ ทำให้ไม่กระทบกับหนี้สาธารณะต่อจีดีพี และเมื่อมีมาตรการนี้ก็จะทำให้จีดีพีขยายตัวด้วยจึงไม่น่ากังวลว่าจะทำให้หนี้สาธารณะพุ่งขึ้นเพราะปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ 62% ต่อจีดีพี แต่นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตจะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มเป็น 64% ต่อจีดีพีเท่านั้น

เมื่อถามว่าข้อเสนอแนะโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จาก ป.ป.ช.ที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องกฎหมายว่าหากรัฐบาลเดินหน้าจะสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายนั้นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าอำนาจในการบริหารประเทศ และการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจนั้นเป็นอำนาจของรัฐบาล ก็ต้องถามกลับว่า ป.ป.ช.นั้นมีหน้าในการตรวจสอบ ไม่ใช่หน้าที่ในการบริหาร ซึ่ง ป.ป.ช.นั้นสามารถที่จะเสนอแนะความเห็นมาได้เราก็จะรับฟัง เช่น เดียวกับที่รับฟังความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่การเดินหน้านโยบายนี้เป็นอำนาจของรัฐบาล และตอนนี้รัฐบาลใช้วิธีการออก พ.ร.บ.ซึ่งมีขั้นตอนในการที่ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาฯ หากไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาฯร่างกฎหมายก็จะตกไป ไม่มีใครที่ต้องรับผิดชอบทางการเมืองอะไร แต่ตนเองก็ไม่ได้คิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่ผ่านสภาฯ โดยรัฐบาลจะพยายามเดินหน้านโยบายนี้เต็มที่เพื่อให้สามารถแจกเงินดิจิทัลได้โดยเร็วที่สุด

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลคดีโกงนัดสอบ ‘สุภา’ กับพวก 30 มิ.ย.

"ทักษิณ" ยังตามหลอน! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดสอบคำให้การ “สุภา” อดีตกรรมการ ป.ป.ช.กับพวก 30 มิ.ย. คดีไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ป หลังศาลประทับฟ้องตกเป็นจำเลย เพื่อไทยอวย

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ รับฟ้องคดี 'สุภา ปิยะจิตติ' อดีต ป.ป.ช. ไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อท.75/2569 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต1ยื่นฟ้อง นางสาวสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการปปช.และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และนายสุทธิชัย สังขมณี อดีตสรรพากรภาค 3 เป็นจำเลยรวม 3 ราย

อดีตผู้พิพากษาอาวุโส เจาะลึกคดีประวัติศาสตร์ ปปช. ชี้มูล 'สุภา ปิยะจิตติ'

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เจาะลึกคดีประวัติศาสตร์! ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด "สุภา ปิยะจิตติ" กรณีภาษีหุ้นชินคอร์ป รัฐเสียหายหมื่นล้าน

คดีแม้วพ่นพิษ!ปปช.ฟันสุภา

กสม.เผยผลตรวจสอบคุกวีไอพี ชี้เป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อเอื้อประโยชน์โดยมิชอบและละเมิดสิทธิมนุษยชน “ทักษิณ” เตรียมเฮได้ปลดกำไลอีเอ็มระหว่างคุมประพฤติ

ป.ป.ช. ชี้มูล 'สุภา ปิยะจิตติ' ไม่อุทธรณ์ฎีกาคดีภาษีหุ้นชินคอร์ป

ป.ป.ช. ลงมติสำนวนการไต่สวนที่กล่าวหา น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ช่วงดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน) กับพวก กรณีไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ตามคดีของ ป.ป.ช. คดีดำเลขที่ 03-3-1058/2564 ตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0604.2/ว44 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2549 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการอุทธรณ์ ฎีกาคดีแพ่งและอุทธรณ์คดีศาลปกครอง

กสม. เปิดผลสอบ 'คุก VIP' เอื้อนักโทษจีน-มาเฟีย ชง ป.ป.ช. ฟัน

กสม.ชี้ คุก VIP เอื้อนักโทษจีน-คนมีอิทธิพล เลือกปฏิบัติ-ละเมิดสิทธิมนุษยชน เตรียมส่งรายงานให้ ป.ป.ช. สอบต่อ จี้ กระทรวงยุติธรรม ขันน็อต คกก.สอบสวนเร่งสอบ แนะตรวจขยายผลคุกอื่นๆ กัน จนท.เลือกปฎิบัติ