'สมชาย' ฟันเปรี้ยง 'พิชิต' ขาดคุณสมบัติ จี้กกต.ส่งศาลรธน.สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่ามีคำวินิจฉัย

'สว.สมชาย'ฟันธง 'พิชิต' เสี่ยงขาดคุณสมบัติ ยัน รมต.ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรธน.มาตรา160 หาใช่เพียงแค่ที่ส่งไปถามให้กฤษฎีกาตีตวาม ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตไม่ผิดจริยธรรมด้วย จี้กกต.ส่งศาลรธน.มีคำสั่งให้ 'หยุดปฏิบัติหน้าที่' จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

3 พ.ค.2567- นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า

คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของนายพิชิต มีความเสี่ยงที่จะขาดคุณสมบัติและอาจขัดรัฐธรรมนูญ กกต มีหน้าที่เร่งส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยและขอให้ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน

ตามที่ปรากฎข้อสงสัยในคุณสมบัติของความเป็นรัผฐมนตรีนายพิชิตนั้น
ขอเสนอข้อมูลข้อกฎหมายและข้อเสนอแนะนำเพื่อให้คณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต
ที่มีหน้าที่เร่งเรื่องส่งไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรธน มาตรา 82 ประกอบ มาตรา 170 วรรคสาม และ มาตรา 160(4) โดยเร็ว เพื่อขอให้วินิจฉัยว่านายพิชิตขาดคุณสมบัติหรือไม่ ด้วยเหตุผลดังนี้

1) รัฐมนตรี ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา160 กำหนดทุกอนุมาตรา ขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดมิได้ จะทำให้ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีเฉพาะตัวมาตรา170ทันที
โดยเรื่องนี้มีประเด็นสงสัยตามรธนมาตรา160(4)(5) ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และการประผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
เพราะนายพิชิต เคยเป็นทนายความและเป็นจำเลยที่1 เคยต้องคำสั่งศาลให้จำคุก6เดือน
“ตามคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องละเมิดอำนาจศาลที่วินิจฉัยว่า การกระทำเป็นความผิดละเมิดอำนาจศาลโดย เห็นว่า เงินที่มอบให้ม.ล.ฐิติพงศ์ เพื่อนำไปแบ่งกันกับเจ้าหน้าที่ในแผนกมีจำนวนมากถึง 2,000,000 บาท มีเจตนาที่จูงใจให้ม.ล.ฐิติพงศ์และเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ซึ่งอาจเชื่อมโยงไปเป็นประโยชน์แก่จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550 เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยบริเวณศาล เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1),33 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และน่าจะมีมูลความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 144 หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงาน การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม เป็นการกระทำที่อุกอาจ ท้าทายและเกิดขึ้นที่ศาลฎีกา จึงลงโทษในสถานหนัก เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนละ 6 เดือน”

2)รมต ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา160 หาใช่มีคุณสมบัติเพียงแค่ ที่ส่งไปถามให้กฤษฎีกาตีความแบบเฉพาะเจาะจงบางอนุมาตราในรธนมาตรา160แค่(6)(7)หากยังต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และไม่ประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรา160(4)และ(5)ด้วย ปรากฎชัดตามหนังสือตอบที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลับ ลงวันที่ 1 กย 66 ที่มีเลขาธิการครม ถามไปเพียงแค่บางประเด็น หาใช่การตอบครอบคลุมถึงคุณสมบัติรัฐมนตรี ทั้งหมด ตามรธนทั้งมาตรา160 กำหนดหรือตามที่นายกรัฐมนตรีกล่าวอ้างแต่ประการใด

3) กรณีมีข้อสงสัยว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ แม้เมื่อรัฐมนตรีเข้าสู่ตำแหน่งแล้ว แต่อาจมีเหตุที่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงได้ โดยเฉพาะกรณีที่รัฐมนตรีผู้นั้นขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ หรือกระทำการบางอย่างอันมีลักษณะเป็นการขัดกันแห่งประโยชน์ กกตมีหน้าที่และมีผู้ไปร้องแล้ว จึงควรเร่งดำเนินการและควรร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้อง “หยุดปฏิบัติหน้าที่” จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยด้วยเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา

#กกตมีหน้าที่ #ส่งศาลรธน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อดีตสว.' กระตุก 'ทักษิณ' การใดไม่สมควร ไม่พึงกระทำ ได้คืบอย่าเอาศอก

'อดีตสว.' ยัน พรบ.สร้างเสริมสันติสุข มีข้อยกเว้นหลักหนักแน่น 3ประการ ไม่ให้นิรโทษกรรมคดี ทุจริต คดี112 คดีฆ่าคนตายและอาชญากรรมร้ายแรง ชี้ 'ทักษิณ' ขอใช้สิทธิด้วยไม่เข้าข้อกฎหมาย ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษให้แล้ว การใดไม่สมควร ไม่พึงกระทำ ได้คืบอย่าเอาศอก

'ศรี' ร้อง ป.ป.ช.สอบ 'อนุทิน-อดีตผู้ว่าฯปราจีนฯ' ย้ายนอภ.บ้านสร้าง ใช้อำนาจโดยมิชอบ

'ศรีสุวรรณ' บุก ป.ป.ช.ร้องสอบ 'อนุทิน-อดีตผู้ว่าฯปราจีนฯ' ย้าย 'นายอำเภอบ้านสร้าง' ใช้อำนาจโดยมิชอบ ทั้งรายงานเท็จ-นายหูเบา เข้าข่ายทุจริต่อหน้าที่และฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ชี้กาด่าทอของนายกฯละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วย

ไม่พลาด 'ศรี' ร้อง ป.ป.ช.สอบนักการเมืองรับนาฬิกานายกฯเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่

'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช.สอบนักการเมืองใหญ่รับนาฬิกานายกฯเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ แม้อ้างราคาไม่เกิน 3 พันบาท แต่หากทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน หรือส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการหรือทางการเมืองอย่างเที่ยงธรรมจะรับไม่ได้

'อดีตสว.' ชี้คดีตัวอย่างศาลฎีกาวางมาตรฐานฮั้วสว. 'ผู้บงการ' จึงทำทุกวิถีทางไม่ให้ส่งคดีไปถึงศาล

'อดีตสว.'ยกคดีตัวอย่างศาลฎีกาวางมาตรฐานคดีฮั้วสว. สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี 'สัจจพงษ์ ภูมิภักดิ์' นักการเมือและผู้บงการจึงทำทุกวิถีทางไม่ให้ส่งคดีไปถึงศาล ไม่งั้นโดนพิพากษาแบบคดีนี้ทั้ง100%

'สมชาย' เตือน 'กกต.' ลงมติคดีฮั้วสว. 14 ก.ย. ต้องยึดตาม รธน.มาตรา 226 อย่าซ้ำรอยอดีต

อดีตสว.สมชาย ฝากความเป็นห่วงไปยัง กกต. ทั้ง7ท่าน ว่า เมื่อมีหลักฐานควรเชื่อว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภา เมื่อ2567 นั้นไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ท่านมีหน้าที่ต้องทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา226