'สิระ' ถือฤกษ์วันเกิดลงพื้นที่ ช่วยเมียหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 9

5 ม.ค.2565 - นายสิระ เจนจาคะ หลังจากพ้นสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ถือฤกษ์วันเกิด 5 ม.ค. ลงพื้นที่ครั้งแรก ที่ตลาดเคหะทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. เพื่อช่วยนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยาในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หลักสี่-จตุจักร พรรคพปชร.หาเสียง พร้อมตักบาตรพระสงฆ์ 5 รูปเนื่องในวันคล้ายวันเกิดด้วย

โดยบรรยากาศที่ตลาดทุ่งสองห้อง มีบรรดาแฟนคลับมารอให้การต้อนรับพร้อมอวยพรวันเกิดให้กับนายสิระ นอกจากนี้ ยังนำเค้กวันเกิดมาให้นายสิระเป่ากลางตลาดเคหะทุ่งสองห้อง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น

นายสิระ ยังถือโอกาสขอพรในวันเกิดให้ชาวหลักสี่ เลือกภรรยาของตนเอง เป็นผู้แทนเพื่อสานต่องานที่เคยทำไว้ และขอให้ผู้สมัครคนอื่นทำการเมืองอย่างสุจริต ไม่โจมตีไม่ใส่ร้าย โดยนายสิระ เชื่อว่า นางสรัลรัศมิ์ หรือมาดามหลี จะสามารถเข้าไปในสภาแบบแซบๆและเป็นองครักษ์พิทักษ์ลุงตู่ได้อย่างแน่นอน

ด้านนางสรัลรัศมิ์ ยืนยันว่า ทำงานอย่างต่อเนื่องและเข้าถึงประชาชนตลอด 3 ปีที่ผ่านมา อยู่เคียงข้างประชาชนทั้งยามทุกข์และยามสุข กลยุทธ์ของตนเองคือการที่ประชาชนสามารถพึ่งพาเราได้ตลอดเวลา เข้าถึงเราได้ง่าย ตอบสนองต่อการเรียกร้องของประชาชนอย่างรวดเร็ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กดดันหรือไม่ หลังจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐประกาศว่าจะต้องได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ นางสรัลรัศมิ์ กล่าวว่า ไม่มีความกดดันแต่อย่างใด เพราะคนอื่นเพิ่งเริ่มต้นหาเสียง แต่เราหาเสียงล่วงหน้ามา 3 ปีแล้ว ดังนั้นความได้เปรียบ อยู่ที่เราอยู่แล้ว ซึ่งจากการลงพื้นที่พบปะประชาชน พบว่า สิ่งที่ต้องรีบแก้ไขปัญหาคือเรื่องปากท้องของประชาชน ซึ่งรัฐบาลก็ได้ออกมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว และตนก็จะคอยเติมเต็มในสิ่งที่ประชาชนยังขาดอยู่
นางสรัลรัศมิ์ ยืนยันว่า พร้อมจะสานต่อสิ่งที่นายสิระ ทำไว้ได้ดีอยู่แล้ว อย่างงานในสภาก็จะเข้าไปทำหน้าที่ปกป้องรัฐบาล

ขณะที่นายสิระ กล่าวว่า จากเดิมที่ตนเองเคยลงพื้นที่หลักสี่ครั้งแรก พบว่า บางพื้นที่ก็เป็นพื้นที่พักยาและมั่วสุม แต่ก็ได้ปราบปรามเรื่องยาเสพติดจนหมดแล้ว และได้พัฒนาเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ ส่วนคนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งและบอกว่า เคยเป็นอดีตส.ส.นั้น เวลาลงพื้นที่ก็ให้ดูว่า ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

ส่วนความในใจที่อยากจะพูดนั้น นายสิระ กล่าวว่า ระยะเวลารัฐบาลและรัฐสภาเหลือปีกว่าๆ แต่ปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้ จึงขอเป็น ส.ส.เขต ยืนยันว่า พร้อมที่จะสะท้อนปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนเข้าสู่สภาฯ ซึ่งนางสรัลรัศมิ์ก็ดูแลประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมอยู่ ดังนั้นจึงถือว่าครบเครื่องและพร้อมทำงานทันทีโดยไม่ต้องมาศึกษาพื้นที่ ไม่ต้องศึกษาคน ทำงานต่อได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรุ่งนี้จะเปิดรับสมัครแล้วจะถือเคล็ดอะไรหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า ก็คงไม่มีอะไร แต่พรุ่งนี้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่เขตหลักสี่จตุจักรจะพานางสรัลรัศมิ์เดินไปสมัคร ถือว่าเป็นหญิงแกร่ง หญิงกล้า หญิงที่ทำงานเป็น และมีคุณภาพ

เมื่อถามว่า หลังจากที่นายสิระ พ้นจากตำแหน่ง ส.ส.ได้วางชีวิตทางการเมืองหลังจากนี้อย่างไร นายสิระ กล่าวว่า ก็สบายๆ ก่อนหน้านี้ตนเองก็ต่อสู้เรื่องความยุติธรรมของประชาชนมาโดยตลอด หลังจากนี้ ก็จะใช้ตู้ ปณ.999 รับเรื่องร้องเรียนเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป พร้อมรวบรวมทีมกฎหมายเพื่อต่อสู้ให้กับทั้งคนหลักสี่และคนทั้งประเทศเหมือนเดิม

“ยอมรับว่า เคยลังเลว่า จะหยุดเรื่องบ้านเมืองเพื่อไปเที่ยวรอบโลกดีไหม แต่ว่า มาดามหลีบอกว่าเราทิ้งประชาชนไม่ได้ เวลาเกิดวิกฤติ แล้วประชาชนที่นึกถึงเราแล้วโทรหาเรา แต่เราทิ้งเขาไปจะเกิดอะไรขึ้น ที่เราเคยทุ่มเทไปมันจะเสียเปล่าไหม จึงขอทำงานต่อเพื่อประชาชนต่อไป” นายสิระ กล่าว

พอถามว่า จะส่งต่อหลวงพ่อป้อมให้กับภรรยาหรือไม่นั้น นายสิระ ได้ทำท่าทางควักเหรียญหลวงพ่อป้อมที่ห้อยคอพร้อมอุทานว่า “โอ้โหย” ทำให้ผู้สื่อถามย้ำว่า จะมีให้มาดามหลีด้วยหรือไม่ ซึ่งนางสรัลรัศมิ์ ก็ตอบผู้สื่อข่าวว่า “มีค่ะ มี”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมรับมือภาวะกระเป๋าฉีก! พี่ศรี ชี้ไข่อุ๊งอิ๊งใบละ 10 บาท ข้าวแกงจานละร้อย

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ถึงกรณี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรื "อุ๊งอิ๊ง"

'แรมโบ้' เย้ย 'นโยบายอุ๊งอิ๊ง' ช้าไปแล้ว ย้อนเกล็ด 'แม้ว' ก่อนอวดรวยอย่าลืมกุมเป้าดอดพบใคร

'แรมโบ้' เย้ยเดือดนโยบาย 10 ข้อเพื่อไทย ช้าไปแล้ว ไม่ทันแล้ว 'รัฐบาลนายกฯลุงตู่' ทำแล้วพัฒนาแล้วและสำเร็จอีกด้วย ภาษีประชาชนก็ไม่รั่วไหลและไม่โกงเหมือนรัฐบาลบางยุค ที่รมต.ติดคุกแล้วหลายคน พร้อมย้อนเกล็ด "โทนี่" ก่อนรวยมาจากการคว้าอากาศมาเป็นเงินนั้น เดินห่อไหล่กุมเป้าเข้าไปขอสัมปทานรัฐจากใคร

พท.หยาม 'เฮียมิ่ง' ถ้าขายได้คงไม่ย้ายซบพรรคอื่นหรอก

'สุทิน' เย้ย 'มิ่งขวัญ' ถ้าตัวเองขายได้ คงไม่ย้ายซบพรรคอื่น เหน็บคนเก่งไปอยู่ในองค์กรที่ไม่เก่งอาจถูกลิดรอนได้ ขยี้ พปชร.ไม่ใช่พรรคคู่แข็งที่น่ากลัว