
รองโฆษก ทบ.โต้ ‘จิรัฏฐ์’ ข้อมูลคลาดเคลื่อน ปมที่ดินทหาร ยัน กองทัพปฏิบัติตามระเบียบราชพัสดุ ไม่ได้ทำตามอำเภอใจ เหตุ มีพื้นที่ชั้นความลับ คนภายนอกเข้าไม่ถึง
24 มิ.ย.2567-พันเอกริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการการทหาร ตั้งข้อสังเกตุพื้นที่ทหารซึ่งเป็นที ราชพัสดุ แต่เจ้าของพื้นที่ไร้อำนาจเรียกคืน เปรียบเป็นพื้นที่เอกราชของกองทัพ ที่ไม่มีใครเข้าไปตรวจสอบได้ว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้กับสังคม ในประเด็นที่เกี่ยวกับที่ดินทหารในหลายประการ กองทัพบก จึงขอให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและป้องกันการบิดเบือนข้อมูลทั้งที่เจตนาและด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ดังนี้ ที่ดินทหาร คือ ที่ดินราชพัสดุ ตาม พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมี กระทรวงการคลัง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ส่วน กองทัพบก เป็นผู้ใช้ที่ราชพัสดุ ตามกฎกระทรวง การใช้ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยเป็นการใช้ตามอำนาจหน้าที่ของกองทัพ ด้านความมั่นคง และการพัฒนาประเทศ ซึ่งยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ราชพัสดุ และเนื่องจากพื้นที่ของ กองทัพบก เป็นพื้นที่เพื่อความมั่นคง มีชั้นความลับทางราชการทหาร จึงทำให้บุคคลภายนอกเข้าถึงได้ยาก การไม่ได้รับรู้ข้อมูลเชิงลึก อาจทำให้ถูกมองว่า กองทัพบก ทำอะไรได้ตามใจ ซึ่งแท้จริงแล้ว กองทัพบกก็ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบต่าง ๆพื้นที่ไม่ลงสี หรือสีขาวนั้น กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับที่ดินของกองทัพ เพื่อกำหนดเป็นพื้นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญต่าง ๆ เช่น คลังอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงที่ตั้งโรงงานต่าง ๆ ของกองทัพ รวมถึงระบบด้านความปลอดภัยและสาธารณูปโภคที่สนับสนุนเกื้อกูลกัน
การก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ กองทัพบก ยังคงต้องเป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องเช่นกัน หากหน่วยงานใดมีความประสงค์จะขอใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครอง ดูแลและใช้ประโยชน์ ของกองทัพก็สามารถกระทำได้ตาม กฎกระทรวง การใช้ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๓ โดยขอความเห็นชอบจาก กองทัพในฐานะส่วนราชการที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ แล้วยื่นคำขอไปยังกรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ซึ่งในปัจจุบันกองทัพก็ได้ยินยอมให้ส่วนราชการใช้หลายพื้นที่ เช่น บริเวณที่ตั้งของรัฐสภา, มอเตอร์เวย์ทั้งสายตะวันตกและสายตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงที่ตั้งสำนักงานของส่วนราชการอื่น ๆ เป็นต้น
กองทัพบกตระหนักดีว่าการได้รับการบริการในด้านต่าง ๆ ของประชาชน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ผู้ที่เข้าไปยึดถือครอบครอง (บุกรุกที่ดินของรัฐ) ในพื้นที่ครอบครองของกองทัพบกโดยมิชอบ ซึ่งบางพื้นที่เป็นพื้นที่ความมั่นคงตามแนวชายแดน ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งในปัจจุบันกองทัพบก ได้นำที่ดินที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก ร่วมกับกรมธนารักษ์ จัดทำโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” ซึ่งเป็นการจัดสรรพื้นที่ราชพัสดุที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการต่างๆ นำมาให้ประชาชนใช้ประโยชน์ จึงขอให้ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการและติดตามข่าวสารได้ที่สำนักงานธนารักษ์และหน่วยทหารในพื้นที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทบ.โต้กัมพูชากล่าวหาไทยละเมิดหยุดยิง ยันไม่มีเสริมกำลัง-รถถังชายแดน
กองทัพบกปฏิเสธข้อกล่าวหากัมพูชา อ้างไทยเคลื่อนกำลังพลและรถถังเข้าพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว แจงเป็นเพียงการตรวจสภาพ
ทบ.สวนกัมพูชา ยันไม่ได้ใช้กำลังทหารกำหนดเขตแดนใหม่
ทบ. ย้ำไทยไม่ได้ใช้กำลังทหารกำหนดเขตแดน แต่ดำเนินการเพื่อรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของไทย ชี้กัมพูชาต้องแยกข้อเท็จจริงระหว่างผู้พลัดถิ่นจากการสู้รบกับประชาชนที่ตั้งถิ่นฐานรุกล้ำเขตแดนไทย ยืนยันพร้อมแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี
ทบ. ลุยแจ้งความ ปมสามี 'บุ๋ม ปนัดดา' ผุดรีสอร์ท-สนามวิ่งเทรล รุกที่ราชพัสดุนครนายก
โฆษก ทบ. แจงสามี ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก ทบ. เข้าใช้พื้นที่ ยังไม่ปรากฏการอนุมัติให้ ‘เอกชน’ เช่าที่ราชพัสดุกับ ‘กรมธนารักษ์’ อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม โดย ‘ร.2 พัน.2 รอ.’ เข้าแจ้งความ ตร. แล้ว
กองทัพบกสวนกัมพูชา เลิกบิดเบือนกล่าวหาไทยละเมิดอธิปไตย กลบเกลื่อนความผิดตัวเอง
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชาอย่างสิ้นเชิง โดยยืนยันว่าพื้นที่ที่กัมพูชากล่าวอ้างว่าไทยละเมิดอธิปไตยนั้น เป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศไทย
ทบ. ตอกกลับกัมพูชาละเมิดอนุสัญญากรุงเฮก แอบซุกอาวุธหนักในมรดกโลก บิดเบือนรายงานยูเนสโก
“ทบ. ไทย” โต้“ กัมพูชา”ละเมิดอนุสัญญากรุงเฮก วางกำลังทหาร-อาวุธหนัก ในปราสาทพระวิหาร ใช้ มรดกโลกเป็น “โล่มนุษย์-เกราะกำบัง” เสียเอง บิดเบือนรายงานยูเนสโก
ทบ. โต้กัมพูชาบิดเบือนข้อมูลเวทียูเอ็น ปมบ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว
ทบ. โต้กัมพูชาใช้เวทีโลกกล่าวหาไทยด้วยข้อมูลบิดเบือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า บั่นทอนบรรยากาศการแก้ไขปัญหา พร้อมย้ำไทยยึดหลักมนุษยธรรมและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ

