'กมธ.งบ68' แจกเก้าอี้ถ้วนหน้า! ก้าวไกลไม่สนตำแหน่ง

‘กมธ.งบ 68’ นัดแรก ตั้งตำแหน่งครบ ‘อนุสรณ์’ แจงแม้ ‘ก้าวไกล’ เมินทุกตำแหน่ง ไม่ส่งผลการทำงาน พร้อมวางกรอบถกยาวทั้งสัปดาห์

24 มิ.ย. 2567 – ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 นัดแรก เพื่อแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ โดยมีว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุมชั่วคราว

โดยที่ประชุมมีมติให้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน กมธ. ส่วนรองประธาน 18 คน คือ นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายวราเทพ รัตนากร, นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายพงศกร อรรณนพพร, นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ, นายเอกราช ช่างเหลา, นายไผ่ ลิกค์, นายพัฒนา สัพโส, นายภราดร ปริศนานันทกุล, นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์​, นายซูการ์โน มะทา​, นายอนุรักษ์ จุรีมาศ, นายวารุจ ศิริวัฒน์,​ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช​, นายวุฒิพงษ์ นามบุตร และนางนัทนา สงฆ์ประชา

ขณะที่เลขานุการ กมธ.ฯ จำนวน 8 คน คือ นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์, นายสุรเกียรติ เทียนทอง, นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ, นายพชร จันทรรวงทอง, นายวิริยะ ทองผา, น.ส.กุลวลี นพอมรบดี, นายวรงศ์ วรปัญญา และ น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์

ส่าวนโฆษก กมธ.ฯ จำนวน 7 คน คือ นายอนุสรณ์​ เอี่ยมสะอาด, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี , น.ส.ผกามาศ เจริญพันธ์, นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ, นายวิชัย สุดสวาสดิ์, นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ และนายวัชะพล ขาวขำ

สำหรับ กมธ. และที่ปรึกษา กมธ. จำนวน 3 คน คือ นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล, นายธเนศ เครือรัตน์ และนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ทั้งนี้ไม่มี กมธ.ฯ จากพรรคก้าวไกล ดำรงตำแหน่งใดๆ เลย

จากนั้นนายอนุสรณ์ แถลงถึงกรอบระยะเวลาในการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 68 ว่า เวลากรอบพิจารณาทั้งหมด 105 วัน โดยเริ่มนับตั้งแต่ 11 มิ.ย. ที่สภาฯได้รับเอกสาร งบฯ จนถึงวันที่ 23 ก.ย. 67 โดย กมธ. จะพิจารณาทุกวันจันทร์ เวลา 13.00 – 21.00 น. วันอังคารเริ่มเวลา 09.00 น. – 21.00 น.วันพุธ เวลา 09.00 น. – 18.00 น.วันพฤหัสฯ เวลา 09.00 – 21.00 น. และวันศุกร์ เวลา 09.00 – 16.00 น. โดยพิจารณาเรียงลำดับตามภาพรวมในภาวะเศรษฐกิจของประเทศและงบประมาณรายจ่ายรายมาตรา ทั้งนี้ประธาน กมธ.ฯ ให้ความเชื่อมั่นว่าจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนงบประมาณของประเทศอย่างราบรื่น เพื่อให้รัฐบาลได้นำงบฯไปบริหารราชการแผ่นดินต่อไป

เมื่อถามว่า กมธ.จากพรรคก้าวไกล ได้ชี้แจงเหตุผลหรือไม่ที่ไม่รับตำแหน่งใดๆ ในกมธ. นายอนุสรณ์ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลไม่ได้ให้เหตุผลใดๆ ว่าไม่รับตำแหน่ง และในที่ประชุมไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ เพราะ กมธ. จากพรรคก้าวไกล แสดงเจตจำนงมาตลอดว่าไม่ประสงค์รับแหน่งใดๆ ใน กมธ. แต่การที่รับหรือไม่รับตำแหน่งก็ไม่ส่งผลต่อการทำงาน เพราะ กมธ. ก็สามารถหน้าที่ได้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลุ้นข่าวดีอีก! 'สีหศักดิ์' แย้ม กลาโหมโอมาน ประสานขอรายชื่อเรือไทย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

‘สีหศักดิ์‘ เผย ‘กลาโหมโอมาน’ประสานไทยส่งรายชื่อเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลัง‘เรือ SCG’ผ่านได้อย่างปลอดภัย

'อนุทิน' รูดซิปปากเลี่ยงตอบสื่อ พยักหน้ารับ ปมเล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75%

นายกฯ ทำท่ารูดซิปปาก เลี่ยงตอบสื่อ บอกขอไปเชียงใหม่ก่อน’ พยักหน้ารับ ปมเล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะจาก 70% เป็น 75%

'ภราดร' แจง พ.ร.ก.กู้เงิน รับมือวิกฤตพลังงาน ยังไม่เข้าครม. ลั่นต้องมี 'ครม.ศก.' กลั่นกรองก่อน

‘ภราดร’ เผย ยังไม่มีนำ พ.ร.ก.กู้เงิน เข้าหารือในที่ประชุม ครม.เร็วๆนี้ ระบุพ.ร.บ.โอนงบประมาณ หารือในช่วง มิ.ย. พร้อมกับร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 ย้ำโครงการไทยช่วยไทย เฟสแรกใช้งบ 20,000 ล้านบาทก่อน เริ่ม พ.ค.นี้

นายกฯ วางกฎเหล็กงบปี 70 ตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส ย้ำใช้คุ้มค่าที่สุด

นายกฯ มอบนโยบายงบปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน ย้ำทุกบาททุกสตางค์ต้องเกิดประโยชน์สูงสุด ตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส วางกฎเหล็กเพิ่มขึ้นไม่เกิน 20% ยันรัฐบาลยึดหลักทำงาน 3 ประการ

รบ.เตรียมออก พรก.กู้เงิน 5 แสนล. 'ปกรณ์' ลั่นจำเป็นเร่งด่วนรับมือวิกฤตซ้ำซ้อน พลังงาน-ซุปเปอร์เอลนีโญ

‘ปกรณ์’ เผย รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน ชี้จำเป็นเร่งด่วนรับมือวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งจากราคาพลังงานสูง-ซุปเปอร์เอลนีโญที่ไทยจะต้องเผชิญ ส่วนเรื่องการขยายเพดานหนี้สาธารณะกระทรวงการคลังจะเป็นฝ่ายสรุปอีกครั้ง

เอ็ดดี้ มอง 'ถุย' ของนายกฯอนุทิน ไม่ใช่แค่คำหลุดบนเวทีสงกรานต์ คือสัญญาณทางการเมืองที่น่าคิด

อัษฎางค์ ชี้โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ว่า คำว่า ถุย เหมาะหรือไม่เหมาะ แต่คือรัฐบาลจะเปลี่ยนโมเมนต์ไวรัลนี้ให้กลายเป็นความเชื่อมั่นได้หรือไม่