“ชัยธวัช” ตั้งข้อสังเกต สว.ผ่านการคัดเลือก ส่วนใหญ่เอี่ยวนักการเมือง พร้อมตั้งคำถาม อนาคตไทยควรมี สว.หรือไม่ รับ เห็นรายชื่อหลายคนทำหน้าที่ได้ดี ถามหลายคนจะ “ฝากผี ฝากไข้” ได้หรือไม่
27 มิ.ย.2567 - เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงรายชื่อ 200 สว. หลังจากการเลือกระดับประเทศวานนี้ (26 มิ.ย.) ว่า จากที่ติดตามมีข้อสังเกตว่าสว.ส่วนใหญ่อาจจะเข้าไปเชื่อมโยงกับนักการเมืองบางกลุ่ม และสว.หลายท่านที่เข้ามาด้วยระบบแบบนี้ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัติว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกลุ่มอาชีพจริงหรือไม่ แต่เมื่อหน้าตาของสว.ชุดใหม่เป็นแบบนี้ ตนคิดว่าคงทำให้มีคำถามมากขึ้นว่าในอนาคตเราควรจะมีสว.อยู่หรือไม่ เพื่ออะไร และสำหรับคนที่ไม่พอใจหรือผิดหวังกับหน้าตาสว.ชุดใหม่นี้ ไม่อยากให้คิดเพียงประเด็นเฉพาะหน้า แต่ทั้งนี้ต้องไปสืบสวนว่ามีการใช้เงิน ทอง ในการได้มาซึ่งสว.ตามที่มีการกล่าวหากันหรือไม่ เรื่องนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องทำงานหนัก และเราคิดว่าถ้ากกต.ไม่มีผลงานในขณะที่ผู้สมัครหลายท่านยืนยันตรงกันว่ามีการเสนอทรัพย์สิน เงินทอง ในการให้ไปเข้ากลุ่มเพื่อเลือกสว.กัน และทางกกต.ก็อาจจะมีปัญหาในการได้รับความไว้วางใจกับประชาชน
“ผมคิดว่าอยากให้สนใจมากกว่าประเด็นเฉพาะหน้าคือถึงเวลาที่ตั้งคำถามตัวโตๆว่าในเมื่อเราพยายามออกแบบสว.และหน้าตาออกมาแบบนี้สุดท้ายต้องกลับมาว่าเราจะมีวุฒิสภาไว้ทำอะไร ถ้าตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องมี ดีกว่าตอบไม่ได้และก็ต้องพยายามมาออกแบบกระบวนการได้มาซึ่งสว.พิศดารแบบนี้ ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ต่อสาธารณะเลย แต่ถ้าตอบได้ว่ามีความจำเป็นอยู่ในแง่ของสถาบันทางการเมือง ก็ต้องออกแบบการได้มาซึ่งสว.ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย และวันนี้เห็นแล้วว่าความพยายามที่จะหาข้ออ้างว่าต้องมีสว.เพื่อเป็นตัวแทนของกลุ่มอาชีพ ไม่เป็นจริง จะออกแบบมาอย่างไรก็ไม่เป็นจริง ”นายชัยธวัช กล่าว
เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ สว. จากฝ่ายประชาธิปไตย ผ่านเข้ารอบมา 20 เปอร์เซ็น นายชัยธวัช กล่าวว่า เยอะถึงขนาดนั้นเลยหรือ แต่อย่างไรก็ตามตนไม่แน่ชัดว่า คนไหนจะถือเป็น สว. ฝ่ายประชาธิปไตยบ้าง แต่มีความยินดีกับ สว. ที่มาด้วยความมุ่งมั่น และไม่ได้ใช้วิธีการใช้เงิน เพื่อได้มาซึ่งคะแนนเสียง ที่สามารถหลุดรอดมาจากระบบเช่นนี้ได้ แม้ว่าจำนวนอาจจะไม่ได้มากนัก แต่เชื่อว่าก็อาจจะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่น
เมื่อถามว่าการเลือก สว.มีข้อร้องเรียนเยอะ มองว่าจะส่งผลให้ สว.ชุดเก่า ปฏิบัติหน้าที่ต่อหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่แน่ใจว่า กกต. จะใช้วิธีการรับรองไปก่อน และไปสอยทีหลังหรือไม่ หากเป็นเช่นนี้ ก็คงไม่กระทบ แต่ถ้ามีเรื่องร้องเรียน และ กกต. จะตรวจสอบทีเดียวก่อนรับรองทั้งหมดนั้น จะนานแน่นอน มองว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ และเข้าใจว่าต้องรับรองพร้อมกันทั้งหมด แต่คาดหวังว่า กกต.จะรับรองไปก่อน ทั้งนี้ เมื่อดูรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก สว.แล้ว ยอมรับว่ามี สว. หลายคนที่น่าจะทำหน้าที่ได้ดีแต่ก็ไม่ได้เยอะมาก แต่ในทางกลับกันก็ดูเหมือนว่า อาจจะทำให้หลาย ๆ คนยิ่งกังวลมากขึ้นอีกว่า จะสามารถฝากผี ฝากไข้ได้หรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ
⚪️ LIVE ปลดแอก!ค่าไฟทาง ใครแบกหนี้ต่อ? | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
⚪️ LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | อึ้ง! รีดเลือดคนไทย แบกค่าไฟหมื่นล้าน
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
⚪️ LIVE อลหม่าน สสร.! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา
รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 12) จาก “แสงเงินแสงทอง” ถึง “วันใหม่ของชาติ” : การตีความและการใช้หลักฐานในงานศึกษาว่าด้วยรัฐประหาร พ.ศ. 2490
ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงบทความ “รัฐประหาร 2490” ในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้าที่เรียบเรียงโดย ณัฐพล ใจจริง ที่มีข้อความตอนหนี่งว่า “การรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทหารและกลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม มีผลทำให้รัฐบาลพลเรือนของกลุ่มนายปรีดี

