'ธนกร' อัดสว.รวมกลุ่ม ต่อรองเลือกประธานสว.

13 ก.ค.2567 - นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองสมาชิกวุฒิสภาและเปิดรายงานตัวครบ 200 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนต่อไปเป็นการเปิดประชุมและเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีรายชื่อแคนดิเดตประธานและรองประธานออกมาหลายคน ตนมองว่า บุคคลที่มีความเหมาะสมจะเป็นประธานวุฒิสภานั้น ควรเป็นผู้ที่มีความเข้าใจ และแม่นเรื่องข้อกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และวาระต่าง ๆ และเห็นว่าควรเป็นผู้ที่สามารถควบคุมองค์ประชุมและบรรยากาศการประชุมให้เกิดความราบรื่นเรียบร้อยได้

นายธนกร กล่าวด้วยว่า ตนขอฝากถึงผู้ที่จะเป็นประธานและรองประธานวุฒิสภา รวมทั้งสว.ทุกท่าน ทำงานยึดประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนมาก่อน การเป็นตัวแทนกลุ่มสาขาอาชีพที่ได้รับเลือกมา เนื่องจากสว.จะต้องพิจารณาออกกฎหมายสำคัญเพื่อประชาชนทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวเรื่องการรวมกลุ่มสว.เพื่อต่อรองในการโหวตเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภานั้น ตนมองว่า ไม่ควรเกิดขึ้นกับสภาสูง ที่ควรมีความอิสระ ปราศจากการต่อรองผลประโยชน์เพื่อแลกกับการได้มาซึ่งตำแหน่ง เพื่อการทำหน้าที่อย่างสง่างาม เป็นที่ยอมรับของประชาชนและสังคม

“ข่าวว่ามีการรวมกลุ่มสว.เพื่อต่อรองเลือกประธานวุฒิสภา ซึ่งเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะสภาสูงควรมีความอิสระ ไม่ขึ้นกับกลุ่ม หรือ พวกใด หากปล่อยให้มีการใช้ผลประโยชน์มาแลกตำแหน่งตั้งแต่ขั้นตอนแรก อาจเป็นการเปิดช่องให้กลุ่มการเมืองจากสภาล่าง เข้ามาแทรกแซงสภาสูงได้ ซึ่งเป็นข้อห่วงใยที่ไม่ควรเกิดขึ้น ตนอยากเห็นสว.สีขาว อิสระ ยึดหลักการทำงานเพื่อประชาชนเป็นที่ตั้ง” นายธนกร กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติ 435 เสียงผ่าน กม.อำนวยความสะดวกพิจารณาอนุญาตและให้บริการ ปชช.

สภาเห็นชอบร่าง กม.อำนวยความสะดวกพิจารณาอนุญาต ตามวุฒิสภาแก้ไข 'พริษฐ์' ถามความจริงใจ 'อนุทิน' ปมสินบนใบอนุญาต เหน็บทั้งที่อยู่มาทุกรัฐบาล แทนที่จะรีบออกกฎหมายลูกปิดช่องคอร์รัปชัน

'สว.พรชัย' ค้านแนวคิดห้ามรถไฟเข้าเมือง ฉะยับแก้ปัญหามักง่าย โยนภาระให้ประชาชน

นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. อภิปรายญัตติด่วนเรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟ กับถนนอโศก-ดินแดงว่า โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น สื่อต่างชาติตีข่าวไปทั่วโลก ตั้งคำถามถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าหลัง