'ธนาธร' ขีดเส้นประธานวุฒิฯ  ไม่สองมาตรฐาน หนีปม 'หมอเกศ'  

‘ธนาธร’ พอใจ ผลเลือก ‘สว.’ ฝากช่วยผลักดันแก้ไขร่าง รธน. ย้ำ แต่งตั้งองค์กรอิสระ มีความสำคัญมาก ชี้ ‘ประธานวุฒิฯ’ ต้องเป็นกลาง-เปิดพิ้นที่เท่าเทียม

14 ก.ค. 2567 – ที่สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงความพอใจในการได้มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า ประการแรกตนเองอยากจะใช้โอกาสนี้ขอบคุณผู้ที่ลงสมัคร สว. ทุกคนที่มาทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่กระตือรือร้น ทำหน้าที่เป็นโหวตเตอร์ เพื่อลงคะแนนให้เหมาะสม ตนเองขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วมทุกคน ส่วนจะพอใจกับผลการเลือกหรือไม่ เท่าที่ดู ตนเองก็เห็นผู้ที่ได้รับการไว้วางใจให้เป็น สว. ที่มีความสนใจวาระประชาธิปไตย ฝักใฝ่ประชาธิปไตยหลายคน ถือว่าผลเป็นที่น่าพอใจ

 นายธนาธร กล่าวถึงความคาดหวังว่า มีหลายเรื่อง ประการแรกเป็นเรื่องของการแต่งตั้งบุคลากรที่จะไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่างๆ ซึ่งทาง สว. ชุดนี้จะแต่งตั้งทั้ง กสทช., ป.ป.ช., กกต., อัยการสูงสุด, ศาลรัฐธรรมนูญ โดยตำแหน่งต่างๆ เหล่านี้ มีความสำคัญต่อการพัฒนาประชาธิปไตย มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศทั้งนั้น

“เราไม่ต้องการเห็น สว. ที่แต่งตั้งคนของสีส้มสีน้ำเงิน สีนู้นสีนี้เข้าไป เราอยากเห็นการแต่งตั้งคนที่มีจิตใจรักความเป็นธรรม รักความยุติธรรมเข้าไปดำรงตำแหน่งสำคัญ การที่บุคลากรสำคัญเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่างๆ กลับมาตั้งมั่นบนหลักการที่ถูกต้อง กลับมาตั้งมั่นบนหลักการของความเป็นธรรม จะเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ ถ้าเกิดว่ายังมีการตัดสินใจที่ทำให้ประชาชนกังขาเรื่องสองมาตรฐาน ก็ไม่รู้ว่าเราจะเริ่มต้นหาทางออกจากความขัดแย้งได้อย่างไร จำได้หรือไม่ครับ ว่ายุคหนึ่งเราเคยพูดว่าประเทศไทยไม่สองมาตรฐานทางการเมือง คนกลุ่มหนึ่งทำอะไรก็ผิดตลอด คนอีกกลุ่มทำเหมือนกันกลับไม่ผิด ไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีความสมานฉันท์ของคนในชาติ” นายธนาธร ระบุ

นายธนาธร ระบุว่า ตนเองอยากฝาก สว.ชุดใหม่ เรื่องการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยากจะเสนอว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจุดเริ่มต้นจะต้องมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งหมด เป็นการยืนยันจุดยืนที่สำคัญว่าอำนาจสูงสุดในประเทศนี้เป็นของประชาชน ถือเป็นประเด็นสำคัญที่จะยืนยันว่าประเทศนี้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนจริงหรือไม่

เมื่อถามว่า คุณสมบัติประธานวุฒิสภาต้องเป็นอย่างไร นายธนาธร กล่าวว่า ต้องเป็นธรรม เป็นกลาง เป็นการเปิดพื้นที่ให้กับทุกฝ่ายได้นำเสนอความเห็นอย่างเท่าเทียมกัน

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องวุฒิการศึกษาของ ศ.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว.ที่ได้คะแนนสูงที่สุดนั้น นายธนาธร กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการแล้ว ก็คงต้องว่าไปตามกระบวนการ.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธนาธร' ลั่นพรรคส้มชนะทางความคิดแล้ว 8 ก.พ. เลือกระหว่างความกลัวกับความหวัง

“ธนาธร” ย้อนเส้นทาง 8 ปี สร้างการเมืองใหม่จากอนาคตใหม่ถึงพรรคประชาชน ชี้ชนะทางความคิดแล้ว เหลืออีก 2 วัน ต้องตัดสินใจระหว่าง

‘ธนาธร-พรรคส้ม’ กับวลี ‘สส. ไม่มีหน้าที่พัฒนาจังหวัด‘

วิธีคิดทางการเมืองของพรรคประชาชนหรือส้ม ตั้งอยู่บนฐานความเชื่อชุดเดียวกันมาตลอด นั่นคือการมองการเมืองเป็นเรื่องของโครงสร้าง กฎหมาย และระบบ มากก

จาก 'โรฮิงญา' ถึง 'แรงงานต่างด้าว' วิธีคิดพรรคส้มในวันที่คนไทยต้องเลือก

การเมืองไม่ได้ตัดสินกันแค่จากเอกสารนโยบาย แต่ตัดสินกันจากวิธีที่พรรคพูดกับสังคมจริง ว่าเลือกพูดเรื่องใด เลี่ยงเรื่องใด และให้น้ำหนักกับประเด็นไหนเป็นพิเศษ

นักวิชาการมธ. ระบุไม่มีกลไกเอาผิดกกต.แบบเห็นผล เพราะรธน.60 ไม่ดี ป.ป.ช.มาจากสว.เหมือนกัน

ศ. ดร.สามชาย ศรีสันต์ ประธานบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผ

ม.112จุดอ่อนของพรรคส้ม! 'ชูวิทย์' จี้ถาม 'ธนาธร-เท้ง' ในใจยังคิดจะแก้ในสภาอยู่หรือไม่

ชูวิทย์ ตามบี้พรรคส้ม ถามเรื่อง ม.112 ตอนนี้ที่เงียบ แต่ในใจยังคิดจะแก้ไขในสภาอยู่ใช่ไหม? ธนาธร หรือเท้งช่วยตอบชัดๆ ที คนเลือกเขาสงสัยยันหน้าคูหาเลือกตั้ง

เพลงชาติไทย พรรคส้ม และวันที่ขออำนาจจากประชาชน

การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือวันที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า ใครจะได้อำนาจเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ ภาพ นโยบาย และท่าทีของแกนนำพรรคการเมืองตลอดช่วงที่ผ่านมา จึงถูกจับตามองอย่างละเอียด เพราะทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของการขอความไว้วางใจจากสังคม