'สุทิน' ไม่ห่วงสถานการณ์เดือนสิงหา ชี้คนไทยมีบทเรียนในอดีต

30 ก.ค. 2567 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ช่วงเดือน ส.ค.นี้ ที่จะมี 3 ประเด็นใหญ่ อาทิ 1.คดียุบพรรคก้าวไกล 2.ศาล รธน.วินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ 3.กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะพ้นโทษ ว่าไม่ห่วง เพราะว่าประเทศไทยมีประสบการณ์เรื่องนี้บ่อย รวมถึงมีระบบที่จะรองรับและฝ่ายแก้สถานการณ์ก็เก่ง และคนที่จะมาก็เก่ง และที่สำคัญคนไทยมีบทเรียน ถ้าเราเลยเถิดไปคงจะเจ็บปวด ซึ่งจากบทเรียนนั้นคนไทยคงไม่น่าจะทำอะไรให้เสียหาย

ส่วนได้ให้กำลังใจอะไรนายกรัฐมนตรี หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ยังถึงกับให้กำลังใจ เนื่องจากยังไม่มีอะไรส่งสัญญาณที่เสียหายกับนายกรัฐมนตรี ตนเพียงแต่ให้กำลังใจกรณีมารดาของนายกฯเสียชีวิต ซึ่งเรื่องอื่นมองว่าไม่มีอะไรน่ากังวลสำหรับท่าน

เมื่อถามว่าได้พบกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ในงานวันเกิดนายทักษิณ หรือไม่ นายสุทิน ระบุว่า เจอกันเฉพาะในงานพระราชพิธีเท่านั้น นพ.ชลน่าน ก็สดชื่นดี

ส่วนได้มีการพูดคุยอะไรกับนายทักษิณ หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่ได้พูดอะไรกับนายทักษิณ ซึ่งดูท่านอิดโรย ตนมอบช่อดอกไม้เสร็จก็เดินทางกลับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

61 ปี 7 สิงหา จากเสียงปืนในป่าเขา...เส้นทางการต่อสู้ที่ยังไม่สิ้นสุด ​

ในวาระครบรอบ 61 ปี 7 สิงหา "วันเสียงปืนแตก" ผม "ขอกราบคารวะสดุดีหัวใจและจิตวิญญาณอันเด็ดเดี่ยวของมิตรสหายทุกคน ที่ได้เสียสละชีวิต และชื่นชมมิตรร่วมรบที่ยังมีชีวิตอยู่ ในสมรภูมิแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมที่ดีงาม ด้วยศรัทธาอันไม่เสื่อมคลาย” ภารกิจเพื่อมวลชนคนยากไร้ การสร้างสรรค์สังคมที่เป็นธรรมนั้นเป็นภา

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง

นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้

'รวยไม่ไหวแล้วโว้ย' ในวันที่น้ำมันแพงกับเกมการเมืองที่คุ้นเคย

คำว่า “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ถูกพูดบนเวทีหาเสียงเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในช่วงที่การเมืองกำลังแข่งกันสร้างความคาดหวัง คำลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นรูปแบบของการหาเสียงที่มัก “พูดเกินจ