
'สนธิญา' ร้อง กกต. สอบเพิ่มยุบเพื่อไทย ยกเคสกรณี 'วิฑูรย์-พัลลภ' พัน 'ทักษิณ' พร้อมท้า 'ชลน่าน' ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงฟ้องผู้ออกมาโวย ไม่ใช่มาขู่ผู้ตรวจสอบไหนบอกเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย
12 ม.ค.2565 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย (พท.) กรณีของนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)และกรณีที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตที่ปรึกษา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 28 และ 92
นายสนธิญากล่าวว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานายวิฑูรย์ และ พล.อ.พัลลภทั้ง 2 คน ได้ประสานไปยังพรรคเพื่อไทย โดยนายวิฑูรย์ ได้ประสานกับนายเกรียง กัลป์ตินันท์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และเปิดเผยผ่านช่องอุดรคอนเนคว่าได้มีการเจรจา และต่อสายตรงไปยังนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งการที่นายวิฑูรย์จะเข้าไปสังกัดพรรคเพื่อไทย และในกรณีของ พล.อ.พัลลภ ได้ระบุว่าได้พูดคุยกับนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กรณีที่ไม่ได้รับเชิญไปร่วมประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้มีการพูดโยงไปถึงนายทักษิณ จึงขอให้ กกต.เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยนายวิฑูรย์, นายเกรียง, พล.อ.พัลลภ และ นพ.ชลน่าน มาตรวจสอบว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริงหรือไม่
นายสนธิญา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ขอให้ตรวจสอบโทรศัพท์ของนายวิฑูรย์ และ พล.อ.พัลลภ ว่าได้มีการใช้โทรศัพท์ติดต่อประสานงานเรื่องทั้งหมด รวมทั้งเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทั้งนี้หากพบว่ามีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดให้การอันเป็นเท็จ กกต.ต้องแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำผิดต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และหากพบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริง เป็นหน้าที่ของ กกต.ต้องดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 28 ที่ปล่อยให้บุคคลภายนอกเข้ามาครอบงำบริหารพรรคการเมือง โดยมาตรา 92 กกต.จะต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณายุบพรรค
“การที่ นพ.ชลน่าน ให้สัมภาษณ์ว่าจะฟ้องผู้ที่มาร้องในเรื่องดังกล่าว ผมในฐานะผู้ร้อง เห็นว่าเรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะมาข่มขู่กัน ถ้ามีเอกสารให้แจ้งความได้เลย หรือมาร้องต่อ กกต. ซึ่ง 2 เหตุการณ์ก็มีลักษณะคล้ายกับกรณีที่นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ ได้ระบุว่าได้รับเงินช่วยเหลือจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเหตุการณ์ทั้ง 3 นี้หากไม่ใช่เรื่องจริง และสร้างความเสียหายให้พรรคเพื่อไทย ทำไมจึงไม่แจ้งความดำเนินคดีกลุ่มบุคคลทั้ง 3 กลุ่ม จะมาไล่อะไรกับผู้ที่มาร้องเพื่อตรวจสอบ เพื่อหาความเป็นจริงให้กับสังคม พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ผมอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญก็สามารถที่จะใช้สิทธิในการเรียกร้องเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมตามระบอบรัฐธรรมนูญเช่นกัน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เรืองไกร' ยื่นร้องยุบพรรคประชาชน จี้ กกต. สอบเส้นเงินบริจาคโยงขบวนการ Forex
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีพรรคประชาชนและเงินบริจาคที่เกี่ยวข้องกับ Forex โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินบริจาค การหักค่าธรรมเนียม และความโปร่งใสของแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะเงินที่มาจากบริษัท เพย์โซลูชั่น
เลือกตั้งพัทยาวุ่น! 'น้องนัท' โร่แจ้งความ มือมืดย้ายป้ายหาเสียง
น.ส.ณัฐภัทรศรา เมทินีกิตติกีรติ หรือน้องนัท ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) เบอร์ 4 เขต 2 เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง
'วัส ติงสมิตร' วิเคราะห์เมื่อคดีฮั้ว สว. บอกเราว่าปัญหาอาจไม่ใช่ 'คนโกง' แต่เป็น 'ระบบที่ชวนให้โกง'
นักวิชาการอิสระชี้ปัญหาไม่ใช่แค่ใครโกง แต่คือ ระบบถูกออกแบบมาอย่างไร จึงทำให้การโกงเป็นทางเลือกที่ได้เปรียบ ดังนั้นหากสังคมไทยต้องการปิดช่อง ฮั้ว สว. อย่างจริงจัง สิ่งที่ควรถูกหยิบขึ้นมาปฏิรูปมีอย่างน้อย 5 เรื่อง
โค้งสอง‘ชัชชาติ’นำโด่ง มัลลิกาแรงรั้งอันดับ2!
“กกต.” เตือนห้ามเผยแพร่ผลโพล กทม.-พัทยา ก่อนเลือกตั้ง 7 วัน “นิด้าโพล” พบ “ชัชชาติ” ยังนำโด่ง “โพลพระปกเกล้า”
'อดีต กกต.' เทียบชัดๆ สองอนุฯ ชุด 26 กับ 36 ในคดีฮั้ว สว.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ชื่นชม อนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. แต่ชวนให้สงสัย อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ของ กกต.
กกต.แจงยิบคลิปเลือก สว. ยันพกโพยเข้าคูหาไม่ผิดกฎหมาย
กกต.ออกเอกสารชี้แจง 3 ประเด็นร้อน หลังคลิปวันเลือก สว. ระดับประเทศถูกเผยแพร่ ยกคำพิพากษาศาลยืนยันการนำโพยรายชื่อเข้าคูหาไม่ขัดกฎหมาย

