รัฐบาลชวนนับถอยหลังเจรจาความร่วมมือไทย-มาเลเชีย

“รัดเกล้า” ชวนนับถอยหลัง อีกแค่ 2 วัน ไทยร่วมรับรอง เห็นชอบต่อท่าทีการเจรจาร่างเอกสารผลลัพธ์พธ์ของการประชุม JC เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทย-มาเลเซีย

4 ส.ค.2567 -นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศไทย (กต.) และกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย จะเจรจาร่างเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (JC) ครั้งที่ 15 และการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน (JDS) ครั้งที่ 6 ระดับรัฐมนตรี รวมทั้งสิ้น 3 ฉบับ

นางรัดเกล้า กล่าวว่า การประชุมระหว่างไทยกับมาเลเซียทั้ง 2 คณะ เป็นการทบทวนพัฒนาการความสัมพันธ์ในด้านต่าง ๆ และกำหนดทิศทางความร่วมมือในระยะต่อไประหว่างกัน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยร่างเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมฯ มีสาระสำคัญ ดังนี้ 1. ร่างบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission for Bilateral Cooperation: JC) ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ครั้งที่ 15 มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าของความร่วมมือระหว่างไทยกับมาเลเซียอย่างรอบด้าน และแสดงเจตนารมณ์ร่วมของรัฐบาลทั้งสองประเทศที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างกันในทุกระดับ ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันมีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยการผลักดันความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในสาขาที่สำคัญ อาทิ ด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ

ด้านสังคมและวัฒนธรรม และความร่วมมือในระดับภูมิภาคและพหุภาคี โดยเฉพาะในกรอบอาเซียน เอเปค และแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle: IMT – GT) 2. ร่างบันทึกการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน (Committee on Joint Development Strategy for Border Areas: JDS) ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ครั้งที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานภายใต้กรอบ JDS ทั้งในระดับเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน เจ้าหน้าที่ระดับสูง และระดับคณะทำงาน

รวมถึงการแสดงเจตนารมณ์ร่วมของทั้งสองประเทศในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน และ3. ร่างแผนยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน (JDS Strategic Plan) ค.ศ. 2024 – 2027 ครอบคลุมโครงการความร่วมมือที่สำคัญในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย โดยเฉพาะในช่วงเวลาของความท้าทายรูปแบบใหม่ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมความเชื่อมโยงบริเวณชายแดน การส่งเสริมความสามารถในการ และการส่งเสริมทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทย ร่วมรับรองร่างเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมฯ ทั้ง 3 ฉบับ ได้ในวันที่ 6 สิงหาคม 2567 ทั้งนี้ กต. จะนำเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมฯ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายหลังการประชุมฯ อีกครั้งหนึ่ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เนเน่' ปลื้ม 'อดีตปธ.ชวน' สเก็ตช์ภาพให้ ระหว่างรอ สส. ต่อคิวลงคะแนนเลือกประธานสภา

รัดเกล้า สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพ 'ชวน' สเก็ตช์ภาพให้ระหว่างรอ สส.ต่อคิวเลือกประธานสภา

'เนเน่ รัดเกล้า' เผยคำสอนพ่อ ให้ทำหน้าที่ สส. เหมือนนักสู้ สานต่อภารกิจต้นตระกูลสุวรรณคีรี

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพคู่ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี พร้อมข้อความว่า “นักการเมืองก็เหมือนนักสู้คนหนึ่ง ที่ต้องเข้าไปต่อสู้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ”

'รัดเกล้า' ประณามการโจมตีโรงเรียนสตรีเมืองมีนาบ ประเทศอิหร่าน ลั่นกระทบผู้บริสุทธิ์อย่างร้ายแรง

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ประณามการโจมตีโรงเรียนสตรี ชะญาเรห์ ตอยเยเบห์ เมืองมีนาบ ประเทศอิหร่าน

'เนเน่' เปิดความจริง! เหตุนิสิตจุฬาฯ ชูป้ายประท้วง 'อภิสิทธิ์'

น.ส.รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีมีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถือป้ายข้อความเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมปี 53 ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ปชป. เปิดแผน 3 นโยบายหลัก 'เศรษฐกิจ-สู้สแกมเมอร์-บุกเวทีโลก'

'กรณ์' หัวโต๊ะ เคาะแผน 3 นโยบายหลัก 'เศรษฐกิจ-สู้สแกมเมอร์-เวทีโลก' ชูคนรุ่นใหม่ 'เนเน่ – ดร.อ้อ – อาร์ท' นำทีมขับเคลื่อนประเทศทันที

รวมไทยสร้างชาติเลือดไหลแล้ว! 'เนเน่ รัดเกล้า' ลาออก ไม่ทนอยู่ร่วมรัฐบาลแพทองธาร

เนเน่ รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ลูกสาวอดีตรองนายกฯ ไตรรงค์ ประกาศลาออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังพรรคไม่ถอนตัวจากรัฐบาล แม้เกิดคลิปเสียงแพทองธาร–ฮุนเซน ระบุขอก้าวออกไปยืนในจุดของประชาชนที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และอธิปไตย