โธ่!พิธาห่วงคุณพ่อต่างชาติไม่พอใจคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญที่ไปพาดพิงถึง

'พิธา' กังวลคำวินิจฉัย 'ศาล รธน.' เรื่องทูตแสดงความเห็นต้องมีมารยาท เตือนทุกฝ่ายเกี่ยวข้องประชาคมโลก ตำหนิใครต้องระวัง อย่ายึดแต่กฎหมายตนเอง หวังคงไม่เกิดผลร้ายกับไทย

08 ส.ค. 2567 - นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่อ้างไปถึงมารยาทของการแสดงความคิดเห็นจากสถานทูต และต่างประเทศ ว่ากังวลใจ เพราะแต่ละส่วนเกี่ยวข้องกับประชาคมโลก ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล นิตบัญญัติ ตุลาการ ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด อีกทั้งประเทศไทย ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก ทั้ง FTA OECD ขณะเดียวกันฝั่งตุลาการอย่างศาลรัฐธรรมนูญ ในช่วงกลางเดือนก็จะมีการเชิญร่วมประชุมนานาชาติ และมีส่วนหนึ่งที่ระบุถึงความเกี่ยวข้องของศาลรัฐธรรมนูญไทยกับต่างประเทศ

“พูดในฐานะนิติบัญญัติ การจะพูดถึงประชาคมโลก หรือตำหนิใครแรงๆ ก็ต้องระวัง การที่ไปเตือนว่า อาจจะสะท้อนกลับมาหาเราได้ ไม่ใช่ว่าจะยึดว่าประเทศเรามีกฎหมายแบบเดียว ทั้งๆ ที่ก็มีกฎหมายสากลอยู่ด้วย อีกทั้งการเชิญศาลอื่นมาประชุมก็หมายความเรายอมรับ เราพูดถึงเขาได้ เขาก็ต้องพูดถึงเราได้”

นายพิธา ทิ้งท้ายว่า ก็หวังและไม่อยากให้เกิดผลร้ายอะไรกับประเทศไทย แต่ก็ไม่สามารถไปเดาใจกับหน่วยงานประชาคมโลกได้ เพราะเราควรจะให้ประเทศชาติบ้านเมืองมาเป็นอันดับแรก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต

ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ

ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง

มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน

รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้