'ทวี' เชื่อ พรรคสีน้ำเงินไม่มีเอี่ยว สว.คว่ำร่างกม.ประชามติ เหตุ 'อนุทิน' เป็นคนพูดคนแรก

1 ต.ค.2567- ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม จะนัดหารือแกนนำพรรคการเมือง เรื่องแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ยังไม่ได้นัด เพียงแต่ได้ยินจากสื่อมวลชน โดยปกติพรรคร่วมรัฐบาลจะนัดคุยกันอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมามีเหตุการณ์น้ำท่วม จึงต้องไปช่วยเหลือประชาชนก่อน แต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งตามระยะเวลาของรัฐบาลจะอยู่อีก 3 ปี ในการแก้รัฐธรรมนูญถือเป็นเจตจำนงของรัฐบาล ที่จะต้องแก้ ต้องคุยกัน เพราะต้องใช้เสียงในสภาคือ การยกมือลงมติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า สว.คว่ำร่างพ.ร.บ. ประชามติฉบับสส. ให้กลับไปใช้แบบ 2 ชั้น ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญลำบากขึ้น มองว่าเป็นการยื้อการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่ได้มองแบบนั้น สภาต้องมีพื้นที่สำหรับคนที่เห็นต่างกัน สว.เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์อาจจะมีมุมมอง ซึ่งสภาเขาให้มาคุยกัน ไม่ได้ให้มาทะเลาะกัน

เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องพึ่งเสียง สว. จึงถูกมองว่ามีบางพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปตามแนวทางของตัวเอง รมว.ยุติธรรมตอบว่า ไม่เชื่อว่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะเริ่มต้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็พูดเรื่องนี้เป็นคนแรก ที่ตนนั่งอยู่ด้วย

ซักว่า จะเป็นใบสั่งของพรรคสีน้ำเงินที่ให้ สว.คว่ำร่างพ.ร.บ. ประชามติหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่มี คนที่จะสั่งรัฐบาลได้คือ ประชาชน ประชาชนไม่ได้อยู่รับใช้รัฐบาล รัฐบาลต้องอยู่รับใช้ประชาชน คนที่จะสั่งรัฐบาลได้คือประชาชน

ถามถึงการหารือของพรรคร่วมรัฐบาล จำเป็นต้องมีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกันหรือไม่ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า การหารือก็เหมือนการเสวนา ไม่ใช่การโต้วาที การหารือมีความเห็นแตกต่างกันได้ ส่วนการโต้วาทีคือ การทะเลาะกันกลายๆ เอาชนะด้วยคารม การเสวนาอาจจะมีความเห็นไม่เหมือนกันได้ แต่สุดท้ายจะจบด้วยความสามัคคีกัน
เมื่อถามว่า การที่สว. คว่ำร่างพ.ร.บประชามติ จะส่งผลเสียกับรัฐบาลหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เป็นอำนาจของ สว. รัฐธรรมนูญมีช่อง หากเห็นไม่ตรงกัน แย้งขึ้นไปได้

เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงว่าหากยื้อ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่แล้วเสร็จในรัฐบาลนี้ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่ได้ห่วง เพราะสุดท้ายอยู่ที่เหตุผล แม้ สว.จะไม่ได้ถูกเลือกจากประชาชนโดยตรง เข้ามาโดยระบบเลือกตั้งทางอ้อม เชื่อว่า สว.ต้องเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุง พัฒนา จึงไม่มีความน่าเป็นห่วง เมื่อถามอีกว่า จะถือว่าเป็นการยื้อมรดก คสช. หรือไม่ พ.ต.ท.ทวี กล่าวว่า ขอไม่มองอย่าไปคิดให้ทะเลาะกันดีกว่า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ หวานใส่ 'กำนัน-ผญบ.' ไม่ช่วยรัฐบาลง่อยแน่ ด่านแรกที่พึ่งปชช.

นายกฯ ลั่นไม่มี 'กำนัน-ผญบ.‘ ช่วยขับเคลื่อนงานรัฐบาลง่อยแน่ ชี้ด่านแรกปชช.มีทุกข์ต้องพึ่งพิง ขอเป็นผู้อิทธิพลที่ดีช่วยปราบอันธพาล ชูสุภาษิต 'เตะหมาต้องดูเจ้าของ' อย่าให้ใครรังแกลูกบ้าน

นายกฯบุกภูเก็ตปราบมาเฟียรุกที่สาธารณะ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อปฏิบัติราชการกำชับและติดตามการแก้ไขปัญหาบุกรุกชายหาดสาธารณะ

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

'ทวี' กางหลักฐานโยงตัวการใหญ่ คดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ล่าสุด พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยทีมงานฝ่ายกฎหมาย ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยมีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ในฐานะผู้เสียหายเข้าร่วมสรุปประเด็นพยานหลักฐานใหม่ที่อาจเชื่อมโยงไปถึง "ตัวการใหญ่"

นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล