'หมอชลน่าน' ร่ายงานในสภาโชว์ภาพเป็น 'ผู้นำฝ่ายค้าน'

ผู้นำฝ่ายค้านคนใหม่ร่ายยาวงานในสภา ยันปัญหาองค์ประชุมเป็นหน้าที่ของเสียงข้างมาก ลั่น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต้องพร้อมตลอดเวลา

19 ม.ค.2565 - นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภา ว่านับเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่โปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งหน้าที่สำคัญของเราก็ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย คือ การตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม สมัยประชุมสภานี้ถือเป็นประชุมสภาครั้งที่สอง ปีที่สาม ซึ่งประชาชนเดือดร้อนจากราคาข้าวของสูงขึ้น ดังนั้น ฝ่ายค้านจึงต้องแสวงหาข้อเท็จจริงและเสนอแนะรัฐบาลในเรื่องของแพงทั้งแผ่นดิน โดยจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ซึ่งตั้งใจว่าถ้าไม่มีเหตุขัดข้องจะยื่นต่อสภา ในวันที่ 21 ม.ค. นี้ และคาดว่าจะอภิปรายได้ในช่วงประมาณกลางเดือน ก.พ.

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า การประชุมสภาในสัปดาห์นี้ ฝ่ายค้านจะตั้งกระทู้ถามเรื่องการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ซึ่งทำให้สินค้าหลายตัวได้รับผลกระทบและปรับราคาสูงขึ้น รวมทั้งจะยังเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในเรื่องนี้ด้วย เพื่อนำเสนอแนวทางให้รัฐบาลนำไปแก้ไข รวมทั้งจะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) 2 ฉบับ คือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมสารต้องห้ามทางการกีฬา และ พ.ร.ก.ภาษีศุลกากร นอกจากนี้ คาดว่าในสมัยประชุมสภายังจะได้พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับด้วย

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า สำหรับสมัยประชุมครั้งที่หนึ่ง ปีที่สี่ หรือระหว่างวันที่ 22 พ.ค. -19 ก.ย. 65 มีเรื่องสำคัญ 2 เรื่องคือ 1.ฝ่ายค้านจะร่วมกับภาคประชาชนในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ว่าด้วยเรื่องอำนาจของส.ว.ในการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี และสมาชิกพรรคเพื่อไทยยังจะเสนอกฎหมายประกอบด้วย และ 2.หากรัฐบาลชุดนี้ยังทำหน้าที่อยู่ จะยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 แน่นอน

เมื่อถามว่าการประชุมสภาในสัปดาห์นี้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต้องกักตัวจำนวนมาก จึงมีความกังวลว่าองค์ประชุมอาจไม่ครบ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก เราก็จะพิจารณาว่าเรื่องที่จะผ่านสภาเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าไม่เป็นประโยชน์จริง เราอาจไม่ยอม ต้องดูที่สาระบัญญัติเป็นหลัก

ถามต่อว่าฝ่ายค้านจะขอตรวจสอบองค์ประชุมสภาหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หลักการของฝ่ายค้านแต่แรกยึดว่าจะตรวจสอบเสียงข้างมากอย่างเข้มข้น เพราะถึงอย่างไรเสียงข้างมากก็ต้องทำหน้าที่ให้ถึงพร้อม ความหมายคือต้องเตรียมองค์ประชุมให้เกินกึ่งหนึ่งอยู่ตลอดเวลา ยืนยันพวกเราไม่ได้ตีรวน แต่เวลาพิจารณาเรื่องสำคัญหรือกฎหมายสำคัญ เสียงข้างมากต้องมีความพร้อมครบในองค์ประชุมนั้นด้วย ยกเว้นบางเรื่องที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์จริงๆ ถ้าเราไม่เป็นองค์ประชุมแล้วเรื่องนั้นผ่านไปไม่ได้หรือประเทศเสียหาย เราก็จะทำหน้าที่ของเรา

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โสภณ' แตะเบรก 'จาตุรนต์' ขอหารือผลประชามติ หนุนทำ รธน.ใหม่

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกหารือต่อประเด็นเรื่องที่แจ้งให้ทราบ ว่า การรับทราบรายงานผลการออกเสียงประชามติเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการประชามติเกิด

ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกา ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล แล้ว

นายสุรพงษ์ อินทนถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 9เม.ย. เวลา 09.00น.ได้มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช.นำคำร้องคดีอดีต44สส.พรรคก้าวไกล กรณีผิดจริยธรรมร้ายแรง จากการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตร112 ไปยื่นต่อศาลฎีกา

ประธานศาลรธน. เผยปัญหาเลือกตั้งมีทั่วโลก ต้องให้องค์กรวินิจฉัย เวทีสากลคอยจับตา

ประธานศาลรัฐธรรมนูญยันทำหน้าที่ภายใต้ รธน.-หลักนิติธรรม ฟังความรอบด้าน รับเป็นปกติในการพิจารณาคดีมีความกดดันจากสังคม ต้องทำความเข้าใจทุกฝ่าย เปรียบศาลไม่ได้อยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อน หากมีคำวินิจฉัย สังคม-ทั่วโลก จับตา เผยทั่วโลกมีปัญหาการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ไทย

เลขาฯ ป.ป.ช. ยันยื่นคำร้องคดี 44 สส. ต่อศาลฎีกา 9 เม.ย.นี้ ไม่เกี่ยวการเมือง

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาเอาผิดคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล

ภท. คึกคัก! ทำบุญก้าวสู่ปีที่ 18 พรรครบ.-ฝ่ายค้าน แห่อวยพร

ภท.คึกคัก ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 แกนนำพรรคร่วม-ปชป. หอบดอกไม้แสดงความยินดี 'อนุทิน' หอบ 3 รมช.มท. ซิ่งรถไฟฟ้าเข้าพรรค เปลี่ยนหมวดอักษรทะเบียนรถชื่อเล่นลูก

'ดร.ณัฏฐ์' ซัด 'ปิยบุตร' บิดเบือนคดี 44 สส. ชี้ไม่ใช่นิติสงคราม

"ดร.ณัฏฐ์" สวนหมัด "ปิยบุตร" บิดเบือนข้อเท็จจริง คดีจริยธรรม อดีต 44 สส.ก้าวไกล ไม่ใช่นิติสงคราม แต่ใช้อำนาจเกินขอบเขต-ล้มล้างการปกครอง