
22 ต.ค.2567- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนักวิชาการเสนอรัฐบาลให้ออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อแก้ไขให้คดีตากใบไม่มีอายุความ เพราะจะหมดอายุในวันที่ 25 ต.ค.นี้ ว่า ก็ให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาดูอยู่ทั้งหมดก็ต้องว่ากันตามกฏหมาย
เมื่อถามว่านักวิชาการอยากเห็นรัฐบาลดำเนินการให้เป็นรูปธรรมมากกว่าปล่อยให้คดีขาดอายุความไปเฉยๆ นายภูมิธรรม กล่าวว่า การดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ออกไปขอตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางตำรวจหรือผู้นำทางทหารที่อยู่ในคดี และเจ้าหน้าที่ทางปกครองก็ไปมาหมดแล้ว มีการบันทึก และมีรูปถ่ายที่ชัดเจน รวมถึงการกำชับในเรื่องนี้ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจเป็นหลัก ขณะนี้อยู่ในกระบวนการสืบค้น ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นรูปธรรมของการสั่งการ นอกนั้นอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราไม่ได้แทรกแซง ก็เป็นเรื่องที่ศาลจะเป็นผู้ตัดสิน
ถามต่อว่ามีการประเมินหลังวันที่ 25 ต.ค.นี้ จะเกิดเงื่อนไขใหม่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รมว.กลาโหมตอบว่า ตนว่าเงื่อนไขในภาคใต้มีอยู่ตลอด และอยากจะเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐไทย ไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐบาล เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังรัฐบาลทำหน้าที่เต็มที่ แต่อย่าเอาเรื่องนี้มาเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะจะสร้างปัญหาและกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐไทย เรื่องนี้เซนซิทีฟและละเอียดอ่อน เราทุกคนพยายามทำและความจริงแล้วกระบวนการนี้มันมีหลายเรื่องก็จะต้องไปดูในรายละเอียด ไม่ว่านักวิชาการหรือใครก็หวังดี แต่อยากให้ดูให้ถ่องแท้ เราไม่ได้ปฏิเสธผู้ที่เป็นญาติผู้เสียหายก็พยายามดูแล และถ้าจะพูดเรื่องนี้ต้องตั้งแต่ต้นว่าเป็นอย่างไรมีกระบวนการทำอะไรมาแล้ว ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีตก็ทำมาโดยตลอด
“เรื่องนี้รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งส่วนกระบวนการทางกฎหมายก็เคยขึ้นศาลมาแล้วถึง 4 คดี บางคดีผู้ถูกกล่าวหาเป็นประชาชน เป็นคนหนุ่ม คนสาว ซึ่งนายกรัฐมนตรีในยุคสมัยหนึ่งก็ได้ประกาศยกเลิกคดี เพื่อหวังให้เกิดความสามัคคี แต่ความรุนแรงมันก็ไม่ลดลง เพราะฉะนั้นต้องดูให้ถ่องแท้ ว่าความรุนแรงเกิดจากอะไร กรณีนี้เป็นแค่ตัวอย่างของการนำมาใช้เคลื่อนไหวทางการเมืองเท่านั้นเอง ผมคิดว่าปัญหาเรื่องตากใบมันสลับซับซ้อน และต้องค่อยๆดูในหลายเงื่อนไข” นายภูมิธรรม กล่าว
ซักว่ากระทรวงการต่างประเทศต้องชี้แจงกับองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC ) หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ยังไม่มีองค์กรมุสลิมโลกที่เสนอความเห็นมามากกว่าที่เป็นอยู่ และเราได้พูดคุยกับทุกส่วนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้มันไม่ได้ไปกระเทือนอะไรที่รุนแรงขนาดนั้น เป็นเรื่องเก่า 20 ปีมาแล้ว ถ้าเรื่องนี้มันเพิ่งเกิดก็เป็นไปได้ที่ทุกส่วน จะเข้ามาดู มีกระบวนการมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อค้นหาข้อเท็จจริง และมีการเยียวยา 600 กว่าล้านบาทอย่างเต็มที่เมื่อคดียุติแล้ว ซึ่งผู้เสียชีวิตบางรายใช้เงินเยียวยาไปถึง 7 ล้านบาท ฉะนั้นกระบวนการที่ต่อเนื่องมา 20 ปีนั้นไม่ใช่ประเด็น ที่ใครจะมามองว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ย้ำว่าการติดตามตัวผู้ต้องหาเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม อย่าใช้ประเด็นนี้มาอ้างว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลย เรื่องนี้เป็นความมั่นคงของรัฐ เป็นความแตกแยก วันนี้สังคมไทยใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นสังคมพหุนิยมอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ต้องถามว่ารายละเอียดที่เกิดขึ้นมันคืออะไร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บิ๊กเล็ก' เสนอ ครม.รับทราบกฎหมายควบคุมอุปกรณ์ก่อสร้างชายแดนไทย-กัมพูชา สกัดนำเข้าซ่อมแซมตึกสแกมเมอร์
ที่ทําเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงกลาโ
ผบ.ตร. สั่งดูแลการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง ห่วงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กำชับเพิ่มความเข้มงวด
‘ผบ.ตร.’ ประชุมติดตามผลการดูแลความปลอดภัยการเลือกตั้ง ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พบผิดกฎหมายเลือกตั้ง 7 คดี
'ทวี' ประกาศปักธงยะลา ชูยุติธรรมนำสันติสุข ฟื้นศก.ชายแดนใต้
'ทวี' นำทัพประชาชาติ ประกาศปักธงยะลา ลงพื้นที่เบตง ชูนโยบายยุติธรรมนำสันติสุข ปลดล็อกเศรษฐกิจชายแดนใต้
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

