'อนุทิน' เผย 'เอกภพ สายไหมต้องรอด' ไม่ได้เป็นที่ปรึกษามท.1แล้ว หลังพ้นรัฐบาลเศรษฐา

29 ต.ค.2567- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึง กรณีที่กองบัญชาตำรวจสอบสวนกลางเตรียมเรียก นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ซึ่งเป็นอดีตที่ปรึกษารมว.มหาดไทย ปม เรียกทรัพย์คดีดิไอคอน กรุ๊ป ว่า ตอนนี้เปลี่ยนรัฐบาลแล้ว ไม่ได้ตั้งนายเอกภพเป็นที่ปรึกษาแล้ว เรามีเรื่องอะไรที่สงสัยก็ต้องชะลอไว้ก่อน

เมื่อถามว่านายเอกภพยังเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ความเป็นสมาชิกใครก็เป็นได้ อย่างที่บอกเขามีความผิดหรือไม่ เรายังไม่ทราบ ซึ่งการกระทำของนานเอกภพก็ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว พรรคไม่เคยเข้าไปข้องแวะหรือเกี่ยวข้อง และนายเอกภพไม่สามารถใช้ตำแหน่งที่ปรึกษารมว.มหาดไทยได้แล้ว เพราะหมดไปตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ตอนนี้เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เพียงแต่ตนยังอยู่ที่เดิม และยังไม่ได้ตั้งใครเป็นที่ปรึกษา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สั่งสำรองน้ำมันเพิ่ม อนุทินผุดศบก.พร้อมออกประกาศ/69คนไทยกลับ7มี.ค.

นายกฯ ลงนามตั้ง “ศบก.” ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง รับห่วงทุกด้าน หวังให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด “อนุทิน” ออกประกาศมาตรการป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มีผลบังคับใช้แล้ว

'อนุทิน' ยกหนังสือรับรอง สส. เคาะหัว 3 ที เผยเป็นตำแหน่งมีเกียรติต้องทำงานให้ประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางเข้ารับหนังสือรับรองการได้รับเลือกเป็น สส. บัญชีรายชื่อ โดยก่อนหน้านี้ มี สส.บัญชีรายชื่อของพรรคมารอต้อนรับนายกรัฐมนตรี ซึ่งบางคนได้ส่งผู้แทนเข้ารับหนังสือรับรองและบางคนมารับหนังสือรับรองด้วยตัวเอง ภายหลังรับหนังสือรับรอง นายอนุทิน ได้นำหนังสือรับรองสส.เคาะที่หัวตัวเอง 3 ครั้ง

'ทูตสหรัฐ' เข้าทำเนียบฯ พบ 'อนุทิน' คาดหารือสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง

นายฌอน เค. โอ นีล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย  บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล คาดว่าเป็นการหารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เข้าหารือด้วย 

ส่อง“แผนอพยพ”ระลอกแรก รับมือแรงเหวี่ยงจากผล“สงคราม”

ผลกระทบต่อไทยจากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางอย่างดุเดือดในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ไม่เฉพาะเป้าหมายทางด้านการทหาร แต่แผ่ขยายไปสู่พื้นที่พลเรือน เศรษฐกิจ และศูนย์กลางการท่องเที่ยว