
“พิธา” ไม่กังวลคำปรามาส พรรคประชาชนแพ้ทุกสนามท้องถิ่น มองแง่บวกขอเปลี่ยนเป็นแรงผลักดัน ร้องโอ๊ย บอกไม่ใช่เดอะแบก ชี้ตอบแทนทักษิณไม่ได้ ลำบากใจหรือไม่ลงพื้นที่อุบลฯ ช่วยผู้สมัครเบอร์ใหญ่คนกันเอง
8 ธ.ค.2567 – ที่จังหวัดอุบลราชธานี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของนายสิทธิพล เลาหะวนิช ผู้สมัครนายก อบจ.อุบลราชธานี พรรคประชาชน ว่า ยังต้องทำงานอย่างหนัก พยายาม พูดคุยกับประชาชนให้อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ เพราะเร็วๆนี้จะมีการประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร ซึ่งผู้สมัครของพรรคประชาชน ถือว่า เป็นคนที่สู้เพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย ส่วนว่าที่ผู้สมัคร สมาชิกสภาอบจ.ที่จะมาช่วย ก็เป็นพ่อค้าแม่ขายตัวเล็กตัวน้อยเช่นกัน ก็อาจไม่เสมอไปที่ต้องเป็นนายทุนใหญ่ๆ
นายพิธา ยอมรับว่า กังวลกับตัวเลขผู้ที่จะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แต่ก็เข้าใจเพราะเมื่อนายกอบจ.คนเก่าลาออก เมื่อเดือนตุลาคม ก็เลยทำให้วันเลือกตั้งนายกอบจ. กำหนดเป็นวันที่ 22 ธันวาคม ซึ่งหากประชาชนจะกลับบ้านมา ปีใหม่ 1 ครั้ง เลือกตั้งนายก อบจ. 22 ธันวาคม อีก 1 ครั้ง และเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ.อีกในเดือนกุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นในช่วง 4-5 สัปดาห์ หากต้องกลับบ้าน 3 ครั้ง เพื่อทำหน้าที่พลเมืองตามหลักประชาธิปไตย ซึ่งก็ถือว่า เป็นเรื่องยาก ประกอบกับมีข้อมูลที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ได้ให้ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิ์น้อย อาจจะเป็นเพราะนายกอบจ.ลาออกก่อน และขอมาทำงานต่อก็ถือว่า เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับงบประมาณและความสะดวกของประชาชนที่ต้องเดินทาง 3 รอบภายใน 5 อาทิตย์ ซึ่งประชาชนในภาคอีสานและชาวอุบลราชธานีบอกว่า เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถกลับมาได้ ก็ขอให้ช่วยไปบอกพ่อแก่แม่เฒ่าในพื้นที่ หากอยากได้การเปลี่ยนแปลงก็ต้องเลือกผู้สมัครของพรรคประชาชน
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนถูกปรามาสมาตลอดว่าแพ้มาทุกสนาม นายพิธา บอกว่า ไม่กังวลและขอเปลี่ยนคำปรามาส เป็นแรงผลักดัน ย้ำว่า แข่งกับใคร ก็ไม่เท่าแข่งกับตัวเอง และแต่ลักษณะการเลือกตั้งก็แตกต่างกัน เลือกตั้งระดับประเทศก็แบบหนึ่ง เลือกตั้งท้องถิ่นก็แบบหนึ่ง เลือกตั้งซ่อมก็อีกแบบหนึ่ง อย่างจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัด ที่ใหญ่อันดับที่ 5 ของประเทศ ประชากรอันดับ 3 ของประเทศ 1.8 ล้านคน คนมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งใหญ่ 72% และออกมาเลือกตั้งนายกอบจ. 62% หายไป 10% ที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ หรือคิดเป็นกว่า 100,000 คน จึงคิดว่าต้องขยันให้มากกว่า และเดินให้ครบทั้งหมด 25 อำเภอให้ได้ ซึ่ง 2 วันที่ตัวเองมาลงพื้นที่ ก็มีการเลือกเริ่มต้นเดินสาย 4-5 อำเภอแรก ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของพรรคประชาชน
เมื่อถามว่า คนมองว่า นายพิธาคือเดอะแบกของพรรค นายพิธา ถึงกับร้อง “โอ๊ย” แล้วหันไปทางนายสิทธิพล ผู้สมัครนายกอบจ.อุบลราชธานี พรรคประชาชน ก่อนจะบอกว่า “เขาต่างหากที่แบกผม และช่วยวางแผนการหาเสียงให้กับผม” พร้อมบอกต่อว่า นายสิทธิพล และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกอบจ. แม้ช่วงที่ตนเองไม่ได้มา ก็หาเสียงในพื้นที่อยู่ ไม่ใช่เพิ่งจะมาหาเสียงตอนที่ตนเองมาลงพื้นที่ ส่วนตนก็อาจจะพอช่วยได้เล็กๆน้อยๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ เพื่อทำให้เกิดความตื่นตัว
เมื่อถามถึงการลงพื้นที่อุบลราชธานี ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ จะทำให้นายทักษิณลำบากใจหรือไม่ เพราะเป็นบ้านใหญ่ที่ใกล้ชิดทั้งคู่ นายพิธา ระบุว่า ตอบแทนนายทักษิณไม่ได้ แต่ตนเองนั้นเห็นนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง บ่นอะไรสักอย่างเมื่อเช้าว่า ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยเหมือนกัน และอยู่กันคนละพรรค ก็มองว่า อยู่กันคนละเบอร์ แต่ก็มีการวิเคราะห์ว่า เป็นคนคุ้นเคยกัน และทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว หากสมัยก่อนใครตามพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็คงจะตามทันว่า การเมืองมีความเป็นมาอย่างไร แต่ก็ถือว่า ไม่ได้เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรา ก็ทำในสิ่งที่ควบคุม พยายามเข้าหามวลคะแนน เนื้อคะแนนในอำเภอที่พรรคประชาชนมีจุดแข็ง ซึ่งในสัปดาห์หน้านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าจะลงพื้นที่อุบลราชธานีวันที่ 12 -15 ธันวาคม และตนจะกลับมาอีกทีวันที่ 20 ธันวาคม ซึ่งในช่วงสุดสัปดาห์ที่คนอยู่บ้าน ก็หวังจะช่วงชิงเปลี่ยนใจคนให้มากที่สุด ส่วนในวันธรรมดาก็มีนายสิทธิพล ที่จะเคาะประตูบ้านปูพรมหาเสียง
นายพิธา ย้ำว่า หากประชาชนเปิดใจอะไรก็เป็นไปได้ เพราะหากวิเคราะห์ตัวเลขในอดีต ผู้ที่ได้ชนะการเลือกตั้งนายกอบจ.ปี 2563 ได้ 280,000 คะแนน ส่วนผู้ที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 ได้ 260,000 คะแนน และผู้สมัครจากคณะก้าวหน้าได้ 100,000 กว่าคะแนน ซึ่งหากดูภาพรวมคะแนนแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่ว่า จะทำให้ประชาชนกลับมาใช้สิทธิ์ได้เยอะเท่าปี 2563 หรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' เผยเจอ 'ทักษิณ' พูดคุยเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ ชี้เป็นมิตรหรือศัตรู ต้องมุ่งทำประโยชน์ให้ประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปร่วมงานศพ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรมช.มหาดไทย แล้วได้พบกับ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ
ช็อตนี้มีความหมาย! 'อนุทิน' กราบตัก 'ทักษิณ' หลังร่วมโต๊ะ 4 นายกฯ
บรรยากาศหลังพิธีสวดพระอภิธรรม “เกรียง กัลป์ตินันท์” เจ้าภาพเชิญ 4 นายกฯ ร่วมโต๊ะอาหาร ก่อน “อนุทิ
'อนุทิน' พบ 3 อดีตนายกฯ ร่วมงานสวดพระอภิธรรม 'เกรียง กัลป์ตินันท์'
นายกฯ เป็นประธานงานสวดพระอภิธรรม ’เกรียง กัลป์ตินันท์‘ ขณะที่ ‘4 นายกฯ’พบหน้าครั้งแรกพร้อมเพรียง ‘อนุทิน-ทักษิณ-แพทองธาร-สมชาย’
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย
'อนุทิน' ตอบปม 'ธรรมนัส' บินโมนาโก ชี้สีแดงผสมเขียว ก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบุรีเซตกระทรวงมหาดไทยในเดือนสิงหาคม จะเริ่มต้น ด้วยการโยกย้ายใช่หรือไม่ ว่า

