
23 ธ.ค.2567-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวถึงภาพรวมการรับสมัครรับเลือกตั้งนายก และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 ก.พ. 2568 ว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นถือเป็นรากฐาน ของการพัฒนาการเมืองระดับประเทศ ถ้าท้องถิ่นดีระดับชาติก็จะดีไปด้วย การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นประชาธิปไตยที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ทำให้ผู้แทนหรือตัวนายกอบจ. ได้ทราบปัญหา และเข้าถึงได้ง่าย จากนี้ไปก็จะเป็นการเลือกนายก และสมาชิกอบจ. ในวันที่ 1 ก.พ.2568 ซึ่งอบจ.มีอยู่ 5 ขนาด คือ จังหวัดที่มี 24 เขตเลือกตั้ง มีจำนวน 23 จังหวัด ,จังหวัดที่มี 30 เขตเลือกตั้ง มีจำนวน 33 จังหวัด ,จังหวัดที่มี 36 เขตเลือกตั้ง มีจำนวน 12 จังหวัด ,จังหวัดที่มี 42 เขตเลือกตั้ง มีจำนวน 7 จังหวัด และจังหวัดที่มี 48 เขตเลือกตั้ง มีจำนวนจังหวัดเดียวคือนครราชสีมา
ในส่วนของการรับสมัครวันนี้เป็นวันแรก โดยได้รับรายงานทั้ง 76 จังหวัด ซึ่งจะมีเลือกตั้งทั้งนายก และสมาชิกอบจ. จำนวน 47 จังหวัด 29 จังหวัดได้เลือกเฉพาะนายกอบจ.ไปแล้ว โดยขอสื่อไปถึงผู้สมัคร และหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่า ในส่วนของผู้สมัครเข้าใจว่าจะมาสมัครในวันแรก อยากให้ตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเองให้ดี และดูคุณสมบัติต้องห้าม และเมื่อสมัครแล้วผอ.กกต.ประจำจังหวัดนั้นๆ ไม่ได้ประกาศเป็นผู้สมัคร ก็สามารถใช้สิทธิไปร้องที่ศาลอุทธรณ์ ส่วนประชาชนอย่างที่บอกว่าการเลือกตั้งทุกเรื่องเป็นเรื่องของประชาชนให้ติดตามการหาเสียงของผู้สมัครเอง และตรวจสอบดูสิทธิของตัวเองว่ามือชื่อตกหล่นในทะเบียนบ้านหรือไม่ อีกทั้งยังสามารถช่วยสอดส่องให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตได้ โดยทางสำนักงานกกต. มีประกาศเกี่ยวกับการให้รางวัลผู้แจ้งเบาะแสการกระทำอันไม่เป็นสุจริตหรือเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง โดยมีเงินรางวัลตั้งแต่ 1 แสนบาท จนไม่เกิน 1 ล้านบาท
สำหรับหน่วยงานเข้าใจว่าวันเลือกตั้งตรงกับวันเสาร์ ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่ยังทำงาน ทางสำนักงานจึงขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย ทั้งส่วนราชการ และโรงงาน ให้อำนวยความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิมาเลือกตั้ง ส่วนการหาเสียง ตนคิดว่าจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาทั้ง 29 จังหวัด และเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลง เราได้เดินผ่านมาอีกจุดหนึ่งของการหาเสียง สิ่งที่สังเกตได้จากการเลือกตั้งที่พิษณุโลก อุดรธานี และอุบลราชธานี เราเห็นสิ่งที่ดีงามในทางการเมือง มีการแสดงความยินดีกับผู้ชนะ และยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่งแต่ก่อนไม่ค่อยมี ทั้งที่เราหวังให้เห็นสิ่งแบบนี้ ซึ่งเข้าใจดีว่าการแข่งขันเป็นเรื่องปกติที่มีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ แต่นอกจากผลการแข่งขันว่าใครชนะ เราก็อยากเห็นผู้แพ้และผู้ชนะที่ดี
“ฝากถึงผู้ที่จะไปสมัคร หรือผู้ที่จะไปให้กำลังใจผู้สมัครสามารถทำได้ แต่ตอนกลับเมื่อได้หมายเลขแล้วอย่าไปแห่กระทำในลักษณะรื่นเริงอย่างตีกลอง เพราะจะเป็นการรื่นเริง ซึ่งศาลอุทธรณ์เคยมีคำพิพากษามาแล้ว”
เมื่อถามถึงพื้นที่ปราจีนบุรี และพื้นที่อื่นๆ ที่เคยมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นนั้นจะมีการกำชับอย่างไร นายแสวง กล่าวว่า คิดว่าด้วยบรรยากาศที่ผ่านมา ต้องดูว่าเหตุรุนแรงมาจากอะไร แต่เรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นเรื่องการพูด จากเมื่อก่อนเป็นการร้องเรียนเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง การใช้อำนาจที่ไม่ชอบ การใช้กลไกเจ้าหน้าที่รัฐในการช่วย แต่ตั้งแต่ปี 2566 ตนไม่เห็นคำร้องลักษณะอย่างนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ส่วนมากเป็นคำร้องการใช้เสรีภาพ หากใช้เกินก็ผิดกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายหลอกลวง หรือใส่ร้าย จากนี้จะเริ่มมีการหาเสียงนั้นจะมี 2 อย่าง คือความเข้มข้นของการหาเสียง เช่น กรณีมีบุคคลสำคัญของพรรคการเมือง ที่ส่งผู้สมัครเอง ซึ่งเราไม่ได้เรียกว่าเป็นการแข่งขันรุนแรง แต่เป็นการแข่งขันเข้มข้น เป็นเรื่องที่ดีใจการจูงใจให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม ส่วนเรื่องความรุนแรงในความหมายของกกต.คือการกระทำที่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย สิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจต้องดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งก็มีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากจะมีความรุนแรงก็คงจับตาเป็นบางพื้นที่ และมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลสถานการณ์ให้มีความสงบเรียบร้อย มีบรรยากาศความเป็นประชาธิปไตย ประชาชนสบายใจที่จะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส่วนตัวไม่กังวลอะไรเพราะไม่คิดว่าคนที่อาสาไปรับใช้ประชาชนแล้วจะทำเรื่องไม่ดีอย่างนั้น
“พอเป็นคนการเมือง และอยู่ในช่วงใกล้จะมีการเลือกตั้งพอดี กกต.ก็ใส่ใจ โดยในสัปดาห์หน้า กรรมการการเลือกตั้งและผม ก็จะลงพื้นที่นำผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเลือกตั้งสมานฉันท์ ไม่ได้รู้สึกกังวล คิดว่าไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีกจนถึงวันเลือกตั้ง ไม่ว่าในจังหวัดใดก็ตาม ทั้งนี้ในมุมของความไม่สงบเรียบร้อย เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เค้าเรียกว่าเหตุความรุนแรง ซึ่งไม่ได้เกิดในระหว่างของการเลือกตั้ง เมื่อเกิดเหตุ กกต. เป็นเรื่องขอความไม่สงบเรียบร้อย ตามกฎหมายบ้านเมืองจะมีเจ้าหน้าที่ดูแล อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเลือกตั้ง กกต.ต้องเข้าไปดูแลในเรื่องของการหาเสียง ขณะที่ความสงบเรียบร้อยก็เป็นของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ผมคิดว่าบรรยากาศไม่ได้เป็นเช่นนั้น คล้ายเป็นอุบัติเหตุเฉพาะที่ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน กกต.ก็ไม่ทราบ “
เมื่อถามว่า ได้รับรายงานการข่าวหรือไม่ว่ามีพื้นที่ใดเสี่ยงเกิดวามรุนแรง นายแสวง กล่าวว่า จากการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนที่คนจะไปสมัครนั้นเราจะทราบพอสมควรว่าใครจะไปสมัครบ้าง เพราะมีการปรึกษาหารือ สอบถามเรื่องคุณสมบัติต่างๆ ภาพรวมดูแล้วก็ยังสงบดี บางส่วนฝ่ายการเมืองอาจจะตกลงกันได้ในบางเรื่อง แต่หากเลยจากนั้นก็เป็นหน้าที่ฝ่ายกฎหมายบ้านเมืองที่ต้องดูแล อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้ยังไม่มีลักษณะตามที่สอบถามมา
ส่วนการจับตาการหาเสียง นายแสวง กล่าวว่า กรณีเป็นคนของพรรคการเมืองไปช่วยหาเสียงนั้นตนไม่กังวล เพราะจะถูกจับตามองจากฝ่ายตรงข้ามอยู่แล้ว อีกทั้งเขาก็ต้องดูแลตัวเองด้วย ดังนั้นไม่กังวลว่าพรรคการเมืองหรือผู้สมัครจะไปทำอะไรเกินเลย แต่บางครั้งคนที่อยากชนะจึงทำเกินเลยไปกว่ากฎหมาย ในส่วนนี้สำนักงานกกต.ต้องดูแลการหาเสียง การแข่งขันที่จะต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สำหรับพื้นที่แข่งขันที่ต้องจับตานั้น ส่วนใหญ่เป็นการเลือกนายกอบจ. แต่เนื่องจากมีการเลือกไปแล้ว ดังนั้นต้องดูหลังการสมัครอีกครั้งว่ามีใครลงสมัครบ้าง แต่ก็ย้ำว่าตนไม่กังวลพื้นที่ที่พรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงแข่งขัน เพราะพรรคก็ต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งเรามีมาตรการดูแลหลายชั้น คิดว่าควรร่วมกันสร้างบรรยากาศที่ดีทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยทุกวันนี้ก็ดีขึ้นจริงๆ จากที่เห็นการสร้างวัฒนธรรมที่ดีหลังจบการแข่งขันถือเป็นรอยต่อที่ทำให้เราเดินไปข้างหน้าที่ดีได้
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นจากนี้ มองว่าการเมืองกับผู้มีอิทธิพลอยู่ด้วยกันหรือสามารถแยกออกจากันได้ นายแสวงกล่าวว่าตนไม่สามารถตอบได้ เพราะมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้สุจริตและให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากๆ ใครใหญ่แค่ไหนก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย หากกฎหมายเลือกตั้ง ก็เป็นหน้าที่ กกต. หากกฎหมายบ้านเมืองก็เป็นของหน่วยงานอื่น
ถามว่ากังวลหรือไม่เหตุการณ์รุนแรงจะส่งผลให้ประชาชนไม่อยากออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง นายแสวงระบุว่า กกต.ต้องทำความเข้าใจให้เห็นถึงความสำคัญของการเลือกตั้งท้องถิ่น ตนคิดว่ามองอีกมุมหนึ่ง อาจจะทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิมากขึ้นก็ได้ แต่ กกต.ต้องให้ความมั่นใจกับประชาชนในระหว่างการหาเสียงและการออกมาใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง เชื่อว่าในจังหวัดที่มีคนจับมามองเป็นพิเศษ คนคิดจะทำอะไรจะทำให้เกิดความระมัดระวังมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชำแหละคดีฮั้วภาคพิเศษ เปิดหลักฐานส่งตรง กกต.
'ฝ่ายค้าน' เตรียมจัดกิจกรรมเปิดหลักฐานคดีฮั้วสว. ภาคพิเศษสื่อสารตรงถึง กกต. 4 ส.ค.นี้ รับ ต้องทำงานแข่งเวลา แย้ม หากยกคำร้องทั้งหมด-ตัดตอนบางรายส่งศาล ต้องดูเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
‘คำรบ’ ชี้ 'แก๊งลูกเทพ' มีเอี่ยวฮั้วสว. เผยผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 หมื่นคน
แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!
'กรวีร์' ชี้ฝ่ายค้านใช้ข้อมูลเก่าปั่นคดีฮั้ว สว. หวังกดดัน กกต. เร่งชี้ขาด
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดีฮั้ว สว. ที่ฝ่ายค้านพยายามหยิบขึ้นมาพูดในช่วงนี้ มองว่าจะไปถึงขั้นการยุบพรรคหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวล เพราะทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
'ไอติม' จับพิรุธคำวินิจฉัย กกต. ปล่อยผ่านคุณสมบัติ 'สว.ปราณีต' ทั้งที่ข้อมูลแนะนำตัวคลาดเคลื่อน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เปิดคำวินิจฉัย กกต. เรื่องคุณสมบัติ สว. ปราณีต เกรัมย์ (กลุ่ม 16 จ. บุรีรัมย์) : ผู้สมัครเซ็นรับรองข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในใบแนะนำตัว (สว. 3) แต่ กกต. ไม่ติดใจ
น้ำเงินไล่บี้ส้มฮั้วสว. ขย่มฝ่ายค้านจัดฉาก/กกต.งัดหลักฐานโต้ ‘ยิ่งชีพ’
“กกต.” โชว์คำวินิจฉัย “แดง แม่ค้าขายหมู-สมพาน พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวไก่” คุณสมบัติครบนั่ง
เอาแล้ว! 'ศุภชัย' กระตุกกกต.สืบสวนไต่สวน 'เทวฤทธิ์-นันทนา' โกงเลือกสว.หรือไม่ ขู่มีหลักฐานเพียบ
'ศุภชัย' กระตุกกกต.หากเห็นว่ากลุ่มผู้สมัครสว.สีส้มรวมกลุ่มเพื่อฮั้ว ต้องสืบสวนไต่ส่วน ผู้สมัคร 300 คนที่ชุมนุมกัน ใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยง ค่าเช่าห้องประชุม ตั๋วเครื่องบิน พักที่ไหน ใครจ่าย 'เทวฤทธิ์ -นันทนา'โกงหรือไม่ ขู่หรือยากให้มีการร้อง ยินดีจัดให้หลักฐานเพียบ

