สมชาย เตือนท่านผู้ทรงเกียรติ แก้ รธน. ต้องถามประชาชนก่อน ระวังถูกสอยยกสภา

5 ม.ค. 2567 – นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความพร้อมเอกสารคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และร่างแก้ไข รธน. ‘พรรคประชาชน’ เลือกตั้ง สสร. 200 คน จัดทำ ‘รัฐธรรมนูญฉบับใหม่’ โดยระบุว่า  อ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้ดี  ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่ ก่อนคิดล้มรัฐธรรมนูญแล้วร่างใหม่

#ระวังถูกสอยร่วงยกสภา

ทั้งนี้ในเอกสารข่าวศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า  รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้  โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ขณะเดียวกันยังมีการขีดเส้นใจความสำคัญ ในหนังสือคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจึงต้องอยู่ในเงื่อนไขที่มี ความผูกพันกับรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ยึดโยงกับหลักการพื้นฐาน และให้เหมาะสมและสอดคล้องกับมติมหาชน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวด ๑๕ เพียงบัญญัติให้สามารถแก้ไขเพิ่มเดิมรัฐธรรมนูญได้เท่านั้น ไม่มีบทญัญญัติให้จัดทำขึ้นใหม่ทั้งฉบับ ๆ

การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยวิธีการร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ให้มีหมวด ๑๕/๑ ย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อันเป็นการแก้ไขหลักการสำคัญที่มีผู้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิมต้องการปกป้องคุ้มครองไว้ หากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียก่อนว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วย จึงดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป เมื่อเสร็จแล้ว ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่า เห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการให้ประชาชนพิจารณาเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วจึงนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว จึงนำประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อไป อันเป็นกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญตามครรลองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงวินิจฉัยว่า รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่า ประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูณฉบับใหม่หรือไม่และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ห้ะ! 'ปชน.' นัด 30 ส.ค. เปิดศาลาวัด ทุบกำแพงโสโครกสีน้ำเงิน เอาซากมาถมที่ทำฮวงซุ้ยเขากระโดง

รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เชิญชวนแฟนคลับ 'มาทุบกำแพงโสโครกสีน้ำเงินกัน' วันที่ 30 ส.ค. ที่ศาลาการเปรียญวัด

'เท้ง' ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 'ปชน.' สานต่อภารกิจ 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน

'ณัฐพงษ์' โพสต์ 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

สว.อังคณา หนุน 'อนุสรณ์' ต้านมิน ออง ไลง์ แปลกใจพรรคส้มพูดสิทธิมนุษยชนแต่กลับเงียบ

“อังคณา” เชื่อ “อนุสรณ์” ประท้วงการเยือนไทยของ “มิน ออง ไลง์” มาจากมโนสำนึกของคนที่เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีความเป็

'ปชน.' จี้ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน คุมเข้มอาวุธปืน ป้องเกิดเหตุซ้ำ

'พรรคประชาชน' เสียใจ เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จี้คุมอาวุธปืน-ยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา ของดเผยแพร่ความรุนแรง

'หมอสุภัทร' ยื่นสอบ 'สธ.' ใช้เงินรพ.จัดอีเวนต์ 'รักชนก' รับลูกเร่งชง กมธ. สังคายนา

'หมอสุภัทร’ บุกสภา ยื่นสอบ ‘สธ.’ ใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลจัดอีเวนต์ 'รักชนก' ’รับลูกเตรียมชงเข้า กมธ.ติดตามงบฯ สังคายนา

พรรคประชาชน แสดงจุดยืนคัดค้าน 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย เปิด 6 ข้อเรียกร้องรัฐสภา-รัฐบาล

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงคัดค้านการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์