10 ม.ค.2567 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง "แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ใครได้? ใครเสีย?" มีเนื้อหาดังนี้
ประชาธิปไตยจะไม่มีทางเบ่งบานได้เลย หากประชาชนยังไม่รู้เท่าทันกลเกมของนักการเมือง ที่มักแอบอ้างประชาชนในการกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน การเมืองไทยทุกวันนี้ยังคงเป็นพื้นที่ของคนรวยที่อยากมีอภิสิทธิ์เหนือคนทั่วไป หรืออยากได้อำนาจรัฐมาเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจของตน การแก้ไขมาตรา 256 จึงเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง แต่ส่งผลเสียต่อประเทศชาติและประชาชน
ประการแรก เสียความมั่นคงของระบบการปกครอง นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองตามแนวทางผิดของเผด็จการคณะราษฎร รัฐธรรมนูญก็กลายเครื่องมือของคนส่วนน้อยในการกระชับอำนาจมาโดยตลอด ใครช่วงชิงการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ก็จะมีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญและใช้แสวงหาผลประโยชน์ ไม่ได้เป็นเครื่องมือในการยืนยันอำนาจอธิปไตยของปวงชนตามที่ควรจะเป็นแต่อย่างใด
ประการที่สอง มาตรา 256 ยังทำหน้าที่ปกป้องหลักการพื้นฐานของประเทศ ช่วยในการกลั่นกรองการเปลี่ยนแปลงตัวบทกฎหมายของรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของปวงชนอย่างแท้จริง ที่สำคัญที่สุดก็เพื่อถ่วงดุลอำนาจอธิปไตยของปวงชนกับอำนาจในรัฐสภาของนักการเมือง ไม่ปล่อยให้เผด็จการรัฐสภากลับมามีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ยึดครองอำนาจรัฐโดยไม่เห็นหัวประชาชนเฉกเช่นในอดีต
ประการที่สาม ลดอำนาจและลิดรอนเสียงของประชาชน เนื่องจากมาตรา 256 อาจทำให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยากขึ้นก็จริง แต่ทว่าก็เป็นไปเพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการชี้นำหรือพวกมากลากไปอย่างฉาบฉวย หากกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญขาดความรอบคอบรัดกุม ก็จะคล้ายกับเหตุการณ์ในซีรีส์เกาหลี Squid Game ที่เสียงของประชาชนถูกแทรกแซงได้โดยง่าย
การแก้ไขรัฐธรรมนูญของนักการเมืองส่วนใหญ่มักไม่ได้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง หากแต่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองเองทั้งสิ้น แทบจะไม่ได้แก้ไขในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประชาชนแม้แต่น้อย นอกจากนักการเมืองที่มุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ยังมีต่างชาติที่จ้องแทรกแซงอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย คอยสนับสนุนเงินทุนเข้ามาสร้างความแตกแยก
ปัจจุบันธุรกิจการเมืองในประเทศไทยเบ่งบานอย่างมาก ขณะที่มาตรา 256 เป็นอุปสรรคสำคัญของบรรดานายทุนนักการเมือง นายทุนนักธุรกิจ และนายทุนสื่อที่ยังคงจับมือกันอย่างแข็งขันในการชี้นำและครอบงำทางความคิดของประชาชน เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงและเก้าอี้ในรัฐสภา หลอกใช้ประชาชนเป็นหมากเบี้ยในการสนับสนุนตนขึ้นครองอำนาจรัฐ เอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า
อดีตผู้พิพากษาจับไต๋พีอาร์ กกต.บอกเป็นเพียง 'ผู้พิจารณาสำนวน'
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุใสในศาลฎีกา
ทะแม่ง! มาแต่ไก่โห่ 'สมชัย' ชงเปิดรับบริจาคช่วย 'ยิ่งชีพ' สู้คดีโดนฟ้อง
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ระทึก! ไม่เกินบ่ายโมงรู้ผลชี้ชะตา พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
รู้ผลไม่เกินบ่ายโมง พ.ร.ก.4 แสนล้าน ไปต่อหรือล้มกระดาน เผยหากจะวินิจฉัยว่า ขัดรธน.ต้องมีขั้นต่ำ 6 เสียง ลุ้นมติ 9 ตุลาการศาลรธน. ออกได้สามสูตร
วุฒิสภา แถลงผลงาน 2 ปี ปัดครหา สว.สีน้ำเงิน มองคดีฮั้ว สว. เป็นเรื่องนานาจิตตัง
นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมแถลงผลงาน 2 ปี วุฒิสภาภารกิจเพื่อประชาชน รวมถึงผลการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบผลการดำเนินงานของวุฒิสภาในด้านต่างๆ
ทิ้งบอมบ์รัฐสภา! สว.ห่วงไทยเปิดการค้าเสรี ACFTA 3.0 คนไทยได้ผลกระทบ
ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบ ข้อตกลงระหว่างประเทศหลายฉบับ เช่น”การยอมรับพิธีสารแก้ไขความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลกเพื่อผนวกความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนประมง”

