
“สว.”จี้ รัฐเร่งช่วย 4ลูกเรือไทย ถูกขังในเมียนมา นาน 59 วัน ด้าน“มาริษ”ยันไม่ทอดทิ้ง ติอต่อเข้าเยี่ยมแล้ว3ครั้ง แต่ขั้นตอนเมียนมาไม่เหมือนไทย ขณะที่“บิ๊กเกรียง”ออกโรงพร้อมช่วยประสานให้
27 ม.ค.2568 – ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุมพิจารณาวาระกระทู้ถามเป็นหนังสือ ของนายธนกร ภาวรชินโชติ สว.ถามกระทู้ การช่วยเหลือลูกเรือประมงชาวไทยที่ถูกจับและคุมขังที่ประเทศเมียนมา โดยมีนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม
นายมาริษ ชี้แจงว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เรือประมงไทยถูกยิงและมีลูกเรือถูกทางการเมียนมาจับ กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานไปยังหน่วยงานทุกระดับของเมียนมาเพื่อแก้ปัญหา และตนได้โทรศัพท์ประสานไปยัง รองนายกฯและรมว.การต่างประเทศเมียนมาให้ช่วยเหลือ แต่ยอมรับว่าขั้นตอนของเมียนมานั้นแตกต่างจากไทย ทั้งนี้รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศของเมียนมา ให้คำยืนยันว่าพยายามเต็มที่ต่อการปล่อยตัวลูกเรือไทยทั้ง 4 คน และพยายามแก้ไขปัญหาที่ไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ซึ่งทางเมียนมาขอบคุณที่ฝ่ายไทยพยายามลดความร้อนแรงในสาธารณะ
นายมาริษ ชี้แจงด้วยว่าสำหรับแนวทางการแก้ปัญหา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ สั่งการให้แก้ใน 2 ระดับ คือการดูแลลูกเรือประมง และผลักดันให้ปล่อยตัว โดยขณะนี้คณะกรรมการชายแดนร่วมกันระหว่างไทย กับเมียนมาหารือกัน ซึ่งมีบทบาทลดความรุนแรงของความไม่เข้าใจให้อยู่ในความร่วมมือของกรรมการในพื่นที่ร่วมกัน
ทั้งนี้นายธนกร ถามต่อว่า ขอคำยืนยันจากรัฐบาลไทยว่าลูกเรือประมงทั้ง 4 คนจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อไร เพราะที่รัฐบาลชี้แจงว่าได้เข้าเยี่ยมและดูแลนั้น ตนเองทราบจากเจ้าของเรือที่ถูกจับว่าไปเยี่ยมแค่ 1 ครั้งประมาณ 2-3 นาที และอนุญาตให้เข้าเยี่ยมแค่คนเดียว ส่วนลูกของลูกเรือที่ถูกจับ ได้โทรศัพท์คุย 2 นาทีแบบรีบๆ ไม่สม่ำเสมอ ดังนั้น 59 วันได้ข่าวแค่นั้น เข้าใจว่าการกระทำบางอย่างยาก แต่หากยากแล้วทำได้ก็จะน่าภูมิใจ
ด้านนายมาริษ ชี้แจงว่า กรรมการพื้นที่ทำอย่างเต็มที่และจะรับสิ่งที่สว.ท้วงติงไว้ ขอบคุณที่เข้าใจ เพราะเมียนมาไม่เหมือนประเทศไทย การขอเข้าพบต้องใช้เวลา ยืนยันไม่ได้ทอดทิ้ง พยายามเข้าเยี่ยม โดยทำเรื่อง 3 ครั้ง และจะทำต่อไป เราไม่ได้ปล่อยละเลย สถานทูตและพื้นที่ได้ผลักดัน2 เรื่อง คือ การปล่อยตัวและการดูแลลูกเรือที่ถูกจับกุมในเมียนมา
ทั้งนี้ พล.อ.เกรียงไกร ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม กล่าวขึ้นว่า ตนเองในฐานะเคยเป็นกรรมการชายแดนท้องถิ่น หากญาติมีความต้องการอย่างไร ตนเองสามารถประสานให้อีกทางหนึ่งได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แกะรอยปฐมบทฮั้วสว. แฉบันทึกประชุม สนช. ปี 60 ใช้ 5 พันล้านยึดประเทศ
‘นักวิชาการ’ เปิดบันทึกประชุม สนช.ปี 60 ชี้มีการพูด-เปิดช่องฮั้ว-โกง สว. ตั้งแต่ออกแบบระบบเลือกกันเอง ย้อนคำพูดมีระบบกามิกาเซ่-โค้ช-กาโพย ใช้ 5 พันล้านยึดประเทศได้
'หมอสุภัทร' ยื่นสอบ 'สธ.' ใช้เงินรพ.จัดอีเวนต์ 'รักชนก' รับลูกเร่งชง กมธ. สังคายนา
'หมอสุภัทร’ บุกสภา ยื่นสอบ ‘สธ.’ ใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลจัดอีเวนต์ 'รักชนก' ’รับลูกเตรียมชงเข้า กมธ.ติดตามงบฯ สังคายนา
'สส.ปชน.' ชงหั่นงบ 70 ค่าใช้จ่ายสัมมนา-บินนอก-พีอาร์
'ภัณฑิล' เรียกร้อง ‘อนุฯกมธ.’ ตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายที่อาจซ้ำซ้อน มองโครงการไม่จำเป็น-ไม่เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน ควรปรับลดงบ เพื่อความคุ้มค่ากับภาษีประชาชน
งบ70‘ปรุงจืด’ฉลุย มติ288ต่อ119เสียงตั้งกมธ.72คนรบ.ขอช่วยกันพลิกวิกฤต
ฉลุย! สภามีมติ 288 ต่อ 119 รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 วาระแรก
สภาวุ่น! 'เสรีพิศุทธ์' เจอ 'ศุภชัย' เบรกพาดพิงนายกฯคดีฮั้วสว. 'โสภณ' ปิดไมค์จี้ถอนคำพูด 'ปธ.สภาฯ' อยู่ฝ่ายรัฐบาล
วุ่น! ‘เสรีพิศุทธ์‘ ยังไม่ทันได้พูดถึงงบฯ เจอ ‘ศุภชัย‘ เบรกให้อภิปรายอย่างมีสติ หลังพาดพิงนายกฯ คดีฮั้ว สว. สั่งล็อกเลือกตั้งสีน้ำเงิน ก่อน ‘โสภณ’ ปิดไมค์ จี้ถอนคำพูดก้าวล้วง ‘ประธานสภาฯ’ ไม่เป็นกลาง-อยู่ฝ่ายรัฐบาล
'อภิสิทธิ์' สับเละ! งบ 70 'หาเช้ากินค่ำ' ไร้อนาคต บี้ปฏิรูปภาษีก่อนหนี้ทะลุ 80%
'อภิสิทธิ์' สับรัฐบาลจัดงบ 70 แบบไร้อนาคต หาเช้ากินค่ำ มีเงินใช้แค่งบประจำ-ใช้หนี้ ต้องกู้ลงทุน อย่าหวังเพิ่มเบี้ยคนชรา-สวัสดิการ แนะปฏิรูปภาษีก่อนหนี้สาธารณะทะลุ 80%

