'เสี่ยหนู' พูดชัดไม่เสี่ยงร่วมวงแก้รธน. ชี้ไม่ใช่กฎหมายรัฐบาล เป็นเรื่องแต่ละพรรค

“อนุทิน” นัด ประชุมพรรคภูมิใจไทยพรุ่งนี้ กำหนดทิศทางแก้ รธน. 13-14 ก.พ.นี้ หลังสส.มีความกังวล ไม่ให้ค่า ‘ก่อแก้ว’ ชี้ฟังแค่ระดับ ‘หัวหน้า-เลขาพรรค‘ คุยกัน

11 ก.พ.2568 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวการนัดร่วมรับประทานอาหารของพรรคร่วมรัฐบาล ครั้งต่อไปที่เป็นคิวของพรรค ภท. ว่า ขณะนี้ยังมีการพิจารณาวัน เพราะต้องรอหารือกับทาง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก่อนว่าจะเป็นเมื่อไหร่ เนื่องจากมีประเด็นที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องหารือกันหลายเรื่องและตัดสินใจร่วมกัน

ส่วนพรรคภูมิใจไทย จะมีการวางกรอบเรื่องการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่สภาจะมีการหารือวันที่ 13 - 14 ก.พ.นี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอไปฟังก่อน โดยวันพรุ่งนี้ 12 ก.พ. เวลา 15.00 น. จะมีการนัด สส.เพื่อประชุมร่วมกัน ณ ที่ทำการพรรค เพราะต้องฟังความเห็นจากทีมกฎหมายพรรคด้วย และเท่าที่ทราบมีสมาชิกหลายคนกังวลประเด็นดังกล่าว ฉะนั้นเวลาเห็นอะไรขัดแย้งกันก็ต้องยิ่งให้ความสำคัญ เพราะถ้าฝ่ายหนึ่งบอกทำได้แต่อีกฝ่ายบอกทำไม่ได้ถ้าอย่างนี้ยุ่ง และเมื่อความเห็นต่างกันก็ต้องหาความเห็นอื่นๆมาประกอบ

“เราไม่เสี่ยงหรอกครับเรื่องพวกนี้ ถ้ามันมีความเสี่ยงแม้แต่น้อย และมันไม่ใช่เป็นกฎหมายที่รัฐบาลเสนอ หรือ ครม.เสนอ และเป็นเรื่องของแต่ละพรรค เมื่อเรามีความเห็นของตัวเอง ก็แปลว่าเราไม่ได้เป็นทีมเดียวกัน เราก็ต้องรักษาเอกสิทธิ์ ก่อนย้ำว่าเราไม่อยากมีความเสี่ยงแม้แต่น้อย“

เมื่อถามว่า ส่วนกรณีที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ระบุว่าหากไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญขอให้ออกจากพรรคร่วมรัฐบาลไปนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ตนฟังหัวหน้าพรรค ฟังนายกฯ คนอื่นพูดไปไม่มีปัญหาอะไร คนที่พูดคุยกันในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล คือระดับหัวหน้าพรรค เต็มที่ก็เลขาพรรค ไม่มีเหนือ 2 คนนี้ คนอื่นพูดมาก็เป็นเรื่องส่วนตัวหากจะพูดอะไรก็พูดไปไม่มีน้ำหนัก

โดยในช่วงท้ายผู้สื่อข่าวได้พูดหยอกล้อกับ นายอนุทิน ประชุมพรรควันพระใหญ่ (วันมาฆบูชา) เลยนั้น นายอนุทิน ตอบกลับว่า “วันพระจะได้ไม่มีใครโกหก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา