'ภูมิธรรม' โต้ 'พท.' ตีสองหน้า ล่มสภาเอง ยันไม่กระทบรัฐบาล

‘ภูมิธรรม’ โต้ ‘เพื่อไทย’ ตีสองหน้า ล่มสภาแก้เกม รธน. แจงไม่กระทบรัฐบาล ปัดตอบทำไมไม่ยื่นศาลตีความแต่แรก

14 ก.พ. 2568 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะการนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายในรัฐสภา จนไม่สามารถพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งมีการวิจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทยกำลังเล่นสองหน้าว่า อย่าไปคิดเยอะ เอาตามความจริงที่เห็น เรื่องที่เกิดขึ้นคงต้องไปสอบถามดูว่าเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน เพราะฉะนั้น ต้องถามว่าแต่ละคนคิดอย่างไร ข้อมูลเป็นแบบไหน เปลี่ยนแปลงอย่างไร ขอรอให้ได้คุยกันก่อน แล้วค่อยว่ากัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่เกิดขึ้นจะไม่มีผลกระทบอะไรกับรัฐบาลใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่กระทบ เพราะเป็นเรื่องของสภาฯ เป็นกฎหมายของพรรคการเมือง ไม่ใช่ของรัฐบาล

เมื่อถามว่า ทำไมพรรคเพื่อไทยไม่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความตั้งแต่แรก แต่แอบไปลงชื่อในญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา นายภูมิธรรม กล่าวสั้นๆ ว่า รอให้เหตุการณ์คลี่คลายก่อน จากนั้นได้เดินขึ้นตึกบัญชาการไปทันที.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ย้ำไม่เกิน 30 ก.ย.รีเซ็ตมหาดไทยจบ

'อนุทิน' เผยรอ 'ปกรณ์' ส่งผลการตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษร ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ยันจบ ปชช.ไม่ต้องกังวลปกป้องใคร พอใจ ขรก.ยึดแนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรม บอกไม่มีใครวิ่งเต้นได้ ชี้รีเซ็ต มท.จบใน ก.ย.นี้

ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

'น้ำเงิน' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เลอะเทอะ ตกเลขนับเก้าอี้ สส. ให้ได้ก่อน

'ธนกร' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เปลี่ยนนายกฯ ตกคณิตศาสตร์ ชี้ปูดข่าวทั้งทีลองนับเลขเก้าอี้ สส. ก่อน ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก

'สส.ปชน.' ชงหั่นงบ 70 ค่าใช้จ่ายสัมมนา-บินนอก-พีอาร์

'ภัณฑิล' เรียกร้อง ‘อนุฯกมธ.’ ตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายที่อาจซ้ำซ้อน มองโครงการไม่จำเป็น-ไม่เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน ควรปรับลดงบ เพื่อความคุ้มค่ากับภาษีประชาชน