'อดีต สว.สมชาย' หนุน 'ดีเอสไอ' สอบเลือก สว.67 ยื่นศาลให้นับคะแนนใหม่

"อดีตสว.สมชาย" หนุน "ดีเอสไอ" คลี่ปมฮั้วเลือกสว. เชื่อมีหลักฐานขนคน-จ้างวาน-บล็อกโหวต ขอหมายศาลรื้อหีบนับคะแนน ย้ำต้องทำงานจริง ไม่รับใช้การเมือง

21 ก.พ.2568 - นายสมชาย แสวงการ อดีต สว. ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมรับเรื่องกรณีที่กลุ่ม สว. ในบัญชีสำรอง ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบการได้มาซึ่ง สว.ปี 2567 นั้นได้มาโดยมิชอบ ไว้เป็นคดีพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ว่า ตนสนับสนุนให้ดีเอสไอ รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ เนื่องจากตนเชื่อว่ามีประเด็นที่ต้องตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างในประเด็นที่เป็นข้อเคลือบแคลงและสงสัยในกระบวนการได้มาซึ่งสว. ว่าไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และมีการออกระเบียบของหน่วยงานเพื่อเอื้อให้เกิดช่องว่างในการฮั้วการเลือก ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นตนได้เคยตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและพบข้อมูลหลายประการที่ทำให้เชื่อได้ว่ากระบวนการเลือกสว. ใน 20 กลุ่มอาชีพ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัดและ ระดับประเทศมีกระบวนการจ้างวาน ขนคนและบล็อกโหวต

“ผมสนับสนุนให้ดีเอสไอตรวจสอบเรื่องดังกล่าวตามหน้าที่และอำนาจ และทำหน้าที่ให้เต็มที่ ทำให้ถึงที่สุด เพื่อให้เกิดการตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสว.นั้นไม่มีข้อเคลือบแคลงที่สังคมเชื่อว่ามีกระบวนการโกงการเลือก อย่างไรก็ดีในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ดีเอสไอต้องระวังการทำหน้าที่ที่ไม่ใช่เพื่อต้องการเอาสว.ชุดปัจจุบันออก และสว.ชุดสำรองเข้าไปทำหน้าที่แทน และอย่าทำงานเพื่อรับใช้การเมืองเท่านั้น” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวด้วยว่าในกระบวนการตรวจสอบของดีเอสไอ นั้นตนสนับสนุนให้ยื่นต่อศาลเพื่อขอให้เปิดหีบการนับคะแนนสว.ระดับประเทศเพื่อนับคะแนนต่อหน้าสาธารณะอีกครั้ง ซึ่งจากที่ตนมีข้อมูลพบว่ากระบวนการโหวตสว. ระดับประเทศนั้นมีการบล็อกโหวต และสร้างเลขชุด ซึ่งหากสามารถตรวจสอบการลงคะแนนแล้วไม่พบบัตรที่เป็นการลงคะแนนเลือกแบบเลขชุด จะเท่ากับว่าไม่มีการฮั้วและสว.ปัจจุบันคือผู้บริสุทธิ์ แต่หากพบบัตรลงคะแนนที่เป็นเลขชุด เท่ากับมีการบล็อกโหวตและฮั้วการเลือก

“ผมไม่มีอคติกับ สว.ชุดปัจจุบัน แต่ต้องการรักษาระบบของสว. ที่เป็นสภาที่สองของระบบนิติบัญญัติให้เป็นลหักของบ้านเมืองต่อไป เพราะขณะนี้มีกระบวนการที่ต้องการเอาสภาสูงออก เพราะมองว่าไม่มีประโยชน์” นายสมชาย กล่าว

เมื่อถามว่า สว. ชุดปัจจุบันมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเกมการเมืองและเตรียมใช้สิทธิฟ้องกลับ รวมถึงใช้ตรวจสอบรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วยการยื่นอภิปรายทั่วไป นายสมชาย กล่าวว่า เป็นสิทธิของสว.ที่จะทำได้เช่นกัน หากพบว่ามีการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง ส่วนการเปิดอภิปรายนั้นทำได้เช่นกัน แต่ระวังจะถูกมองว่าทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา 'ดีเอสไอ' ขยายผลสอบ 6 โรงกลั่น เพิ่มฐานความผิด 'กักตุนน้ำมัน' พบจำกัดโควตาลูกค้าประจำ แต่มีขาจรแทรกผิดปกติ

“ดีเอสไอ" เผย หลังขยายผลสำนวนคดี “6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่” ชี้ ไม่เพียงกรอกเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ครบตามประกาศกรมธุรกิจกำหนด ซึ่งมีความผิดตาม ”พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543“ แต่ยังมีพฤติการณ์ ส่อมีความผิดกักตุนน้ำมันตาม “พ.ร.บ.ด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542” เหตุ หลัง “กบน.“ มีมติขึ้นพรวดน้ำมันทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร

ดีเอสไอ พร้อมให้ความเป็นธรรม 6 โรงกลั่น เข้ารับทราบข้อหา-ชี้แจงหลักฐาน ปกปิดข้อมูลขนส่งน้ำมัน

จับตา “6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่” ทยอยตบเท้ารับทราบข้อหา “ดีเอสไอ" 11-12 มิ.ย.69 ความผิดฐานขนส่ง - ปกปิดข้อมูลใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือ 166 ฉบับ ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ส่อเวียนใช้กระทำผิด

อดีตสว.สมชาย จี้การรถไฟฯเคลียร์ที่ดินเขากระโดงปู่ชัย ชิดชอบ

นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กรมที่ดินชี้แจงเรื่องบันทึกการประชุมเรื่องเขากระโดงแล้ว ต้องรับฟังครับ

'น้องชายเสี่ยตือ' เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับ DSI '6 โรงกลั่นใหญ่' ต่อคิวสัปดาห์หน้า

“น้องชายเสี่ยตือ” เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับ DSI แล้ว สัปดาห์หน้าถึงคิว 6 โรงกลั่น พร้อมสั่งเบรกเงินชดเชยกองทุนน้ำมันทันที

กกต. เผยคืบหน้าพิจารณาคำร้อง เลือก สว.-สส.

สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข้อมูลความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องและความปรากฏ เกี่ยวกับการคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามที่ กกต. ได้จัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ไปเมื่อเดือนมิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา โดยข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ค. 2569 พบว่ามีเรื่องคัดค้านการเลือก สว. รวมทั้งสิ้น 605 เรื่อง ซึ่ง กกต.

สรรพากรทำได้แค่นี้? อดีตสว.สมชาย ข้องใจปมภาษี 1.76 หมื่นล้านของทักษิณ

“สมชาย แสวงการ” ตั้งข้อสงสัยการดำเนินการของกรมสรรพากรกรณีภาษี 1.76 หมื่นล้านบาทของ “ทักษิณ ชินวัตร” โดยถามเหตุใดจึงไม่ใช้มาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากรเรียกมาสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินคดี พร้อมตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐได้ใช้ทุ