14 มีนาคม 2568 - ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ "ดร.ณัฏฐ์" นักกฎหมายมหาชน กล่าวถึงฝ่ายค้านเตรียมแก้ไขญัติติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตัดชื่อนายทักษิณ ชินวัตร ออกโดยขอขยายเวลาอภิปรายเป็น 30 ชั่วโมง ว่าต้องแยกระหว่างกัน กรณีขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการทั่วไปแบบลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 กับกรณีการบรรจุญัตติ เพราะการบรรจุญัตติเป็นอำนาจเด็ดขาดของประธานสภาผู้แทนราษฎรตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยในอดีตปี 2545 หากเห็นว่าบกพร่องสามารถสั่งให้แก้ไขได้ เป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่อาจโต้แย้งได้
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในสมัยนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร เคยสั่งให้นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้น แก้ไขข้อบกพร่องให้ถูกต้องได้ โดยนายชวน จบเนติบัณฑิต มีความรู้กฎหมาย ให้ความร่วมมือและแก้ไขทันท่วงที ทำให้ไม่เสียหน้า ไม่เสียเหลี่ยมการเมือง เพราะเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญตามหลักการตรวจสอบถ่วงดุลในระบบรัฐสภา
แต่กรณีเสนอร่างญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่เสนอญัตติ ได้ออกหนังสือโต้แย้ง ใน 3 ประเด็น ต่อนายวันมูหะมัด นอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยแกนนำพรรคประชาชนดาหน้าโต้แย้งคัดค้านผ่านสื่อและหนังสือ ว่า “ไม่แก้ไข“ และยกข้อเท็จจริงในอดีตมาหักล้างโต้แย้ง เพื่อเรียกคะแนนนิยม
"แต่ทรงเหมือนจะดี แต่แพ้เหลี่ยมทักษิณ เพราะข้อกฎหมาย เรื่องเอกสิทธิคุ้มครองพาดพิงบุคคลภายนอก ไม่ได้ เพราะเสี่ยงถูกฟ้อง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 124 ทำให้ผู้นำฝ่ายค้านเสียทรงมวย เพราะไม่ศึกษารัฐธรรมนูญและระเบียบข้อบังคับการประชุมให้ละเอียด เพราะเพียงต่อรองเวลาให้เวลาอภิปรายเพิ่ม ไม่เปลี่ยนแปลงข้อสาระสำคัญในประเด็นที่จะอภิปรายนางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีรายบุคคล"
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่าการถอดชื่อหรือตัดรายชื่อนายทักษิณ ชินวัตรออก เป็นการแพ้ในเกมในสภาฯ เพราะติดขัดปัญหาข้อกฎหมาย แต่ในมิติทางการเมือง การประกาศผ่านสื่อว่า ฝ่ายค้านไม่มีการแก้ไขญัตติ แต่ภายหลังถอยกรูด มาแก้ไขถอดรายชื่อ นายทักษิณฯ เกมฝ่ายค้านทำให้ออกอาการเสียทรงมวย ทำให้ผู้ติดตามศึกซักฟอกลุ้นว่าจะได้ซักฟอก เหมือนราคาคุยและมีหลักฐานเด็ดจริงหรือไม่ ทำให้เสียอารมณ์ทางการเมือง แม้การแก้ไขระบุชื่ออื่นว่า “พ่อ” หรือชื่ออื่นใด ประชาชนย่อมทราบอยู่แล้ว หมายถึง นายใหญ่เพื่อไทย
แต่ในมิติกฎหมาย เอกสิทธิ์คุ้มครองระหว่างประชุม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 124 วรรคสอง ไม่ได้หมายความว่า ฝ่ายค้าน จะอภิปรายหาเหตุผลจำเป็นพาดพิงบุคคลภายนอกได้ เพราะเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาฯ ไม่คุ้มครอง ประกอบกับจะเจอเกมซีกฝ่ายรัฐบาลประท้วง จนอภิปรายล่มกลางสภา
ทั้งนี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ พุ่งเป้าไปนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แต่ผู้เดียว โดยรัฐธรรมนูญบัญญัติให้อภิปรายไม่ไว้วางใจปีละหนึ่งครั้ง ดังนั้น ในช่วงเวลาถึงเดือนพฤษภาคม 2570 ฝ่ายค้านมีโอกาสเพียงแก้ตัวในศึกซักฟอกแบบลงมติ อีก 1 ครั้งเท่านั้น
"เหลี่ยมการเมืองที่ว่า แพ้นายทักษิณ อย่าลืมว่า นายทักษิณเป็นบุคคลสาธารณะ และประกาศตน เป็น สทร.“เสือกทุกเรื่อง” เมื่อเข้ามายุ่งเกี่ยวกับรัฐบาล ให้คำแนะนำ ชี้แนะกับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว แม้เอกสิทธิ์ไม่คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แต่นายทักษิณเป็นบุคคลสาธารณะ การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา บุคคลที่ถูกกล่าวหา ย่อมยกหลักสุจริตมาตรา 329 ขึ้นต่อสู้ได้" ดร.ณัฐวุฒิกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถอดสมการ หลังประชามติผ่าน มีโอกาสเกิด ร่าง รธน.ฉบับสีน้ำเงิน
ผลประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่เสียงส่วนใหญ่ลงมติให้ความเห็นชอบกับคำถามประชามติที่ว่า "ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" ด้วยคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาร่วม 19.9 ล้านเสียง
รัฐบาล อนุทิน 2 สูตรไหน ตอบโจทย์ประชาชน หากส้มยังปลุกไม่หยุด ระวัง 6 ตุลาฯ
จนถึงช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การจัดตั้งรัฐบาล "อนุทิน 2" ก็ยังไม่มีความชัดเจนอย่างเป็นทางการ แต่ข่าวว่ามีการเปิดดีล-เจรจากันอยู่ ระหว่างแกนนำพรรคภูมิใจไทยกับแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ
เพื่อไทยทำได้ 'เด็จพี่' แจงยิบเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการทาบทามจากพรรคภูมิใ
🔴 LIVE ‘แก้วสรร’ ขีดเส้นใต้ โจทย์หิน ‘อนุทิน’ ดักคอ ‘ส้ม’..จุดไฟ 6 ตุลา!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
‘แก้วสรร’ ขีดเส้นใต้ โจทย์หิน ‘อนุทิน’ ดักคอ ‘ส้ม’..จุดไฟ 6 ตุลา!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : : วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569
'ปิยบุตร' ยืนกรานการเมือง 2 ขั้วไม่ใช่ 3 ก๊ก ฟาดนักโต้วาทีเล่านิทานหลอกเด็ก!
ดุดือด ‘ปิยบุตร’ เปิดฉากฟาด ‘ณัฐวุฒิ’ ลั่นการเมืองไทยวันนี้ประลองกำลังระหว่างการเมือง 2 ขั้ว ‘เก่า VS ใหม่’ ไม่ใช่การเมือง 3 ก๊ก ตามที่นักโต้วาทีที่มาเป็นนักการเมือง เล่านิทานหลอกเด็ก

