
ไทยภักดี ประชุมใหญ่สามัญ ปี 2568 “หมอวรงค์”ชูธงนำ ปราบโกงต้องเพิ่มโทษประหาร ชี้รัฐบาลกำลังพาประเทศไปสู่สภาวะรัฐล้มเหลว ให้ผู้มีอิทธิพลอยู่เหนือกฎหมาย ลั่นกาสิโนและพนันออนไลน์ต้องยุติ MOU 44 ต้องยกเลิก นักโทษชั้น 14 ต้องติดคุก
27 เม.ย.2568 – ที่โรงแรม เอส.ดี. อเวนิว กรุงเทพมหานคร พรรคไทยภักดี จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เพื่อให้ความเห็นชอบรายงานงบการเงินประจำปี 2567 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และเลือกตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมีสมาชิกกว่า 500 คนเข้าร่วม มีการจัดทำโพลล์กรณีบ่อนกาสิโนและพนันออนไลน์ถูกกฏหมาย ซึ่งผลโพลล์ 100 % ไม่เห็นด้วย
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดีประกาศแถลงการณ์จุดยืนพรรคว่า วันนี้ประชาชนได้ประจักษ์แล้วว่า รัฐบาลหลังการเลือกตั้งเผยให้เห็นธาตุแท้ของพรรคการเมืองต่างๆ นิทานเรื่องดีลลับ การผสมพันธ์ข้ามขั้ว ฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายรัฐประหาร อนุรักษ์นิยม เสรีนิยม เป็นเพียงวาทกรรมก่อนการเลือกตั้ง เพราะถึงที่สุด การเมืองในทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาล้วนยึดโยงกับผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม โจรปล้นชาติกลับมา ระบอบทักษิณฟื้นคืนชีพ กระบวนการยุติธรรมถูกทำลาย การคอรัปชั่นเชิงนโยบายกลับมาเฟื่องฟู
นพ.วรงค์ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังนำประเทศไปสู่สภาวะความเป็นรัฐล้มเหลว ปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลอยู่เหนือกฏหมาย นโยบายที่หาเสียงไม่ทำกลับเร่งรัดนโยบายที่ไม่ได้หาเสียงเพื่อเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ปล่อยให้กลุ่มทุนผูกขาดขูดรีด ปล่อยให้ทุนเทาขยายอาณาจักร ละเลยปัญหาปากท้อง ต้นทุนชีวิตของประชาชนสูงขึ้น หมูแพง ข้าวเปลือกราคาตกต่ำ แต่นโยบายกลับเน้นประชานิยม ที่สร้างภาระต่อประเทศในระยะยาว
นพ.วรงค์ กล่าวว่า พรรคไทยภักดีมีปณิธานที่ยิ่งใหญ่ ต้องการอำนาจจากประชาชนเพื่อคืนประโยชน์ให้ประชาชน นำประเทศพัฒนา สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ
วันนี้พี่น้องประชาชนผู้ร่วมอุดมการณ์มีจำนวนมากขึ้นทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ รวมถึงพี่น้องประชาชนในภาคส่วนต่างๆ ที่รักชาติรักแผ่นดิน พร้อมจะออกมายืนเคียงข้างความถูกต้อง
“เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ประเทศชาติต้องมีการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง ปราบโกงให้สิ้นซาก คดีทุจริตต้องไม่มีการลดโทษ และต้องเพิ่มโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต คดีทุจริตประชาชนสามารถฟ้องเองได้ กาสิโนและพนันออนไลน์ต้องยุติ MOU 44 ต้องยกเลิก นักโทษชั้น 14 ต้องติดคุก พรรคไทยภักดีพร้อมเป็นหัวหอกชูธงนำประชาชน เพื่อต่อสู้กับสิ่งเหล่านี้” ประธานพรรคไทยภักดี ระบุ
นางสาวกรรญดา ณ หนองคาย หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวว่า ปัจจุบันฐานสมาชิกพรรคขยายตัวมากขึ้น พรรคทำงานคู่ขนาน ด้านหนึ่งตรวจสอบการใช้อำนาจการเมือง ด้านหนี่งทำงานความคิด เปลี่ยนความคิดประชาชนให้รักชาติบ้านเมืองรู้เท่าทันนักการเมืองฉ้อฉล นอกจากนี้พรรคกำลังระดมผู้เชี่ยวชาญร่างนโยบาย ทั้งนโยบายปราบโกง ค่าไฟราคาถูก โครงสร้างราคาข้าวที่เป็นธรรม เป็นต้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระบบตรวจสอบต้องเข้มแข็ง! 'อาสพลธ์' ชี้ 'ปราบโกง' ให้ได้ผล ต้องมีระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งรัฐสภา-ประชาสังคม-ประชาชน ต้องสัมพันธ์กัน
ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดคอร์รัปชั่นได้จริง เมื่อระบบตรวจสอบเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม คณะกรรมาธิการจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงในเอกสาร แต่ต้องปรากฏผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน" นายอาสพลธ์ กล่าว
ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน
นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?
'เพื่อไทย' จ่อยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้นเดือนหน้า เน้นปราบโกง!
ที่พรรคเพื่อไทยนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ นางมนพร เจริ
จัดอีเวนต์ปราบโกง-ผู้มีอิทธิพล ระวัง'รู้จักประชาชนน้อยไป'
การทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทยเป็นปัญหาร้ายแรงที่กระทบต่อความเชื่อมั่นทุกภาคส่วน เปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่กำลังลุกลามกัดกินประเทศไทยให้อ่อนแอและอาจล่มสลายลงได้
กระทุ้ง 'อนุทิน' ต้องปราบโกงจริงถึงขั้นประหารชีวิต รับรองคอร์รัปหมดแน่
นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.)
'อนุทิน' ตัดพ้อเป็นเวรกรรมรัฐบาลนี้ ต้องล้างตราบาปเรื่องทุจริต-สินบนในอดีต
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภาคเอกชนเป็นห่วงเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นว่า ทุกคนเป็นห่วงเรื่องคอรัปชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล แต่ผู้สื่อข่าวก็น่าจะสังเกตได้ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาเดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบันมีการปราบปรามทุจริต

