ดร.ณัฏฐ์ นักกฎหมายมหาชน เผยความหมายกฎหมายชัดเจน “การทุเลาการบังคับโทษจำคุก” กับ “สิทธิในการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ” คนละส่วน แยกต่างหากจากกันอย่างชัดเจน ชี้ศาลฎีกาฯ ใช้ระบบไต่สวนคดีทักษิณ 13 มิ.ย.นี้ พร้อมอธิบายขั้นตอนและหลักเกณฑ์กฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้อง
29 พฤษภาคม 2568 - จากกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับไต่สวนประเด็นการคุมขังนายทักษิณ ชินวัตร จะครบถ้วนตามคำพิพากษาหรือไม่ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2568
ล่าสุด ดร.ณัฏฐ์ หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน อันเป็นประโยชน์สาธารณะ ว่า กรณีการทุเลาการบังคับโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 246 กับสิทธิในการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำของกรมราชทัณฑ์นั้น เป็นเรื่องที่ต่างกันอย่างชัดเจน และแยกต่างหากจากกัน
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ กับพวกที่ยื่นคำร้องเพื่อชี้แจงในคดี สามารถยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาต่อศาลได้ เพราะศาลฎีกาใช้ระบบไต่สวนที่ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนก่อนวินิจฉัย และในวันนัดไต่สวน บุคคลผู้มีส่วนได้เสีย สามารถมาชี้แจงด้วยตัวเองหรือผ่านตัวแทนทนายความก็ได้
ส่วนกรณีที่เกี่ยวกับการยับยั้งมติแพทยสภาลงโทษแพทย์ 3 ราย โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข และสภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา ดำเนินการตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 นั้น ดร.ณัฏฐ์ย้ำว่า คำสั่งยับยั้งยังไม่เป็นที่สุด ผลทางกฎหมาย ต้องส่งความเห็นกลับไปยังแพทยสภา ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการแพทยสภาที่มีอยู่ ยืนยันอีกครั้ง จึงจะเป็นคำสั่วทางปกครอง ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 แต่คำสั่งยังไม่เป็นที่สุด แพทย์ผู้ถูกกล่าวหาต้องอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองภายใน 90 วันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่งตามมาตรา49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
“แพทย์ที่ถูกกล่าวหามีสิทธิตามกฎหมาย สามารถอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 90 วันตามกฎหมายปกครอง ซึ่งหมายความว่า ผลมติแพทยสภายังไม่ส่งผลต่อคดีศาลที่กำลังไต่สวน”
เมื่อพูดถึงการทุเลาการบังคับโทษจำคุก ตามมาตรา 246 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550) กฎหมายเปิดโอกาสให้ศาลใช้ดุลพินิจสั่งทุเลาการบังคับโทษในกรณีจำเลยมีเหตุจำเป็น เช่น วิกลจริต ป่วยหนัก หรือจำเลยหญิงที่ตั้งครรภ์หรือเพิ่งคลอดบุตร เพื่อปกป้องสิทธิและสภาพร่างกายจิตใจของจำเลย แต่การทุเลานี้เป็นเพียงการชะลอการบังคับโทษไว้ชั่วคราว ไม่ได้หมายความว่า พ้นโทษ
นักกฎหมายมหาชน ระบุว่า ขณะเดียวกัน การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 55 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง มีการกำหนดแนวทางชัดเจนว่า ผู้ต้องขังที่เจ็บป่วยหรือมีปัญหาสุขภาพจิตสามารถได้รับการรักษาภายนอกเรือนจำได้ โดยยังถือว่า ผู้ต้องขังอยู่ในสถานะถูกคุมขัง ไม่ถือว่าพ้นโทษและไม่เป็นกรณีการทุเลาการบังคับโทษจำคุก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 246
กรมราชทัณฑ์ได้ออกกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ. 2563 โดยกำหนดหลักเกณฑ์ในการส่งตัวและระยะเวลาการรักษาตามลำดับขั้น เช่น การรักษาแบบไป-กลับในวันเดียว หรือการพักรักษาตัวนอกเรือนจำที่มีระยะเวลาตั้งแต่ไม่เกิน 60 วันจนถึงมากกว่า 120 วัน พร้อมทั้งมีการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดโดยเจ้าพนักงานเรือนจำ เพื่อป้องกันการหลบหนีและรักษาความปลอดภัย
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า สิทธิในการส่งตัวรักษานอกเรือนจำและการทุเลาการบังคับโทษจำคุก เป็นเรื่องที่มีหลักเกณฑ์และข้อกฎหมายแตกต่างกันอย่างชัดเจน การส่งตัวรักษาตามกฎกระทรวงราชทัณฑ์ไม่ได้เป็นเหตุให้การบังคับโทษหยุดชะงักหรือนับเป็นการทุเลา แต่เป็นการจัดให้ผู้ต้องขังได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมตามหลักสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้ หากพิจารณาจาก กฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ. 2563 ที่ออกโดยพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 หากขัดกับ ป.วิอาญา ซึ่ง ป.วิอาญา มีสถานะเทียบเท่าพระราชบัญญัติ หากขัดกับกฎ ตราบใดที่ศาลปกครองยังไม่มีคำพิพากษาเพิกถอนกฎกระทรวง กฎกระทรวงดังกล่าวยังมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ทักแล้วไม่ฟัง ยังดื้อดึงแก้ ม.112
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมจุดชี้ขาด “คดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล” เหตุใด เลขาธิการ สส.ทักท้วงแล้ว แต่ยังดื้อดึงเสนอ ร่าง แก้ไข ปอ.มาตรา 112 อีก
'โสภณ' แตะเบรก 'จาตุรนต์' ขอหารือผลประชามติ หนุนทำ รธน.ใหม่
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกหารือต่อประเด็นเรื่องที่แจ้งให้ทราบ ว่า การรับทราบรายงานผลการออกเสียงประชามติเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการประชามติเกิด
ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกา ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล แล้ว
นายสุรพงษ์ อินทนถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 9เม.ย. เวลา 09.00น.ได้มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช.นำคำร้องคดีอดีต44สส.พรรคก้าวไกล กรณีผิดจริยธรรมร้ายแรง จากการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตร112 ไปยื่นต่อศาลฎีกา
ประธานศาลรธน. เผยปัญหาเลือกตั้งมีทั่วโลก ต้องให้องค์กรวินิจฉัย เวทีสากลคอยจับตา
ประธานศาลรัฐธรรมนูญยันทำหน้าที่ภายใต้ รธน.-หลักนิติธรรม ฟังความรอบด้าน รับเป็นปกติในการพิจารณาคดีมีความกดดันจากสังคม ต้องทำความเข้าใจทุกฝ่าย เปรียบศาลไม่ได้อยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อน หากมีคำวินิจฉัย สังคม-ทั่วโลก จับตา เผยทั่วโลกมีปัญหาการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ไทย
เลขาฯ ป.ป.ช. ยันยื่นคำร้องคดี 44 สส. ต่อศาลฎีกา 9 เม.ย.นี้ ไม่เกี่ยวการเมือง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาเอาผิดคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล
'ดร.ณัฏฐ์' ซัด 'ปิยบุตร' บิดเบือนคดี 44 สส. ชี้ไม่ใช่นิติสงคราม
"ดร.ณัฏฐ์" สวนหมัด "ปิยบุตร" บิดเบือนข้อเท็จจริง คดีจริยธรรม อดีต 44 สส.ก้าวไกล ไม่ใช่นิติสงคราม แต่ใช้อำนาจเกินขอบเขต-ล้มล้างการปกครอง

