
ผลสำรวจของคณะสังคมศาสตร์ฯ ม.มหิดล เผยเสียงประชาชนส่วนใหญ่ต้องการปรับคณะรัฐมนตรี เหตุหลักมาจากความกังวลด้านเศรษฐกิจ การขาดภาวะผู้นำ และความไม่โปร่งใส ขณะที่ “กลาโหม” ถูกจับตามากที่สุด ส่วน “มหาดไทย” ติดอันดับ 12
14 มิถุนายน 2568 – รศ.ดร.สุณีย์ กัลยะจิตร และคณะ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยผลสำรวจประเด็น “คนไทยต้องการปรับ ครม.หรือไม่” ซึ่งเป็นการศึกษาทัศนคติและความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์การเมือง โดยสำรวจทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ระหว่างวันที่ 5-11 มิถุนายน 2568 รวมกลุ่มตัวอย่างจำนวน 11,802 คน
ผลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 87.6 ของผู้ตอบแบบสำรวจ ระบุว่าต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยให้เหตุผลถึง ความไม่พอใจในประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง ขาดความชัดเจนด้านนโยบาย ไม่สามารถแก้ปัญหาสำคัญของประชาชนได้ รวมถึงปัญหาการทุจริต ความไม่โปร่งใส และการไม่ตอบสนองต่อปัญหาทั้งในระดับประเทศและระดับพื้นที่ เช่น ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
ส่วนผู้ที่ระบุว่าไม่ต้องการให้มีการปรับ ครม. มีอยู่ร้อยละ 12.4 โดยให้เหตุผลว่า ยังเห็นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจและมีผลงานที่น่าเชื่อถือ เชื่อมั่นในความซื่อสัตย์ และไม่อยากให้เกิดความปั่นป่วนทางการเมืองหรือความไม่ต่อเนื่องในการบริหารประเทศ
เมื่อสอบถามเพิ่มเติมถึงกระทรวงที่ประชาชนต้องการให้มีการปรับมากที่สุด พบว่า กระทรวงกลาโหม ได้รับการระบุสูงสุดถึงร้อยละ 46.75 รองลงมาคือ กระทรวงการคลัง ร้อยละ 41.86, กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ร้อยละ 38.26, กระทรวงเกษตรฯ ร้อยละ 28.93 และ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร้อยละ 27.89 เท่ากับ กระทรวงทรัพยากรฯ ที่ได้ร้อยละ 27.88
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งก่อนหน้านี้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยควรคืนกระทรวงนี้ให้กับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากไม่ตอบสนองนโยบายได้นั้น ผลสำรวจพบว่ากระทรวงมหาดไทย อยู่ในอันดับที่ 12 ของรายชื่อกระทรวงที่ประชาชนอยากให้มีการปรับ ด้วยสัดส่วนร้อยละ 18.03
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่ง 5,925 รายชื่อ ถอดจากราชการ ปมโกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เดินหน้าตามมาตรการจัดการปัญหาทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยส่งรายชื่อและข้อมูลผู้ที่พบว่ามีการเพิ่มคะแนน จำนวน 5,925 ราย ให้แก่หน่วยงานตามบันทึกความร่วมมือ (MOU) จำนวน 5 หน่วยงาน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
อธิบดีปกครอง เคลียร์ปมแจกปืน 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ยันล็อก ป.3 ทั่วประเทศ
"นฤชา" ยันรางวัลกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน ไม่มีการแจกปืน เปลี่ยนเป็นสิ่งของหรือเงินสดมูลค่าเท่ากัน เผยกรมการปกครองล็อกระบบระงับออกใบ ป.3 ทั่วประเทศ
ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ภูมิใจไทย คุมเข้มปืน-เพิ่มโทษ
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ร่างแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับภูมิใจไทย สอดรับสังคมยุคดิจิทัล คุมเข้มครอบครอง-พกพา เพิ่มโทษปืนเถื่อน หวังยกระดับความปลอดภัยประชาชน พร้อมสวน “วิโรจ
“พาณิชย์” ผนึกมหาดไทยลุยปราบนอมินีห้วยขวาง
“พาณิชย์” ร่วมทีมมหาดไทยส่งทีมปราบนอมินี ตรวจสอบโรงแรม ร้านอาหาร เครื่องดื่มและ และร้านบิวตี้ ย่านห้วยขวาง พบทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีคนต่างชาติทำงานไม่มีใบอนุญาต บางรายอ้างผู้มีอำนาจขอเคลียร์ทางโทรศัพท์ ส่วนบริษัทที่ดูแลธุรกิจ พบเป็นนอมินี เหตุสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีดำเนินการจัดตั้งและหาผู้ถือหุ้นคนไทยให้
นายกฯ เรียก 'กลาโหม-บิ๊กราญ' หารือ บอกเรื่องโยกย้ายเหล่าทัพ มอบ 'ปกรณ์' ชงแก้กม.อาวุธปืน
นายกฯ เรียกหน่วยงานความมั่นคงถก บอกหารือโยกย้ายเหล่าทัพ พร้อมมอบนโยบายทำงาน เข้มบังคับใช้กฎหมายอาวุธปืน มอบ ‘ปกรณ์’ ปรับปรุง-ออกกฎหมายใหม่ ย้ำสอบท้องถิ่นสาวถึงตัวบงการแน่
เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ

