รัฐบาล แจงคำสั่งแบ่งงานรองนายกฯ ไม่มีนัยทางการเมือง ไร้ชื่อ 'พีระพันธุ์'

รัฐบาล แจงคำสั่งมอบงาน รองนายกฯ 3 คน แทน 8 รมต.ที่ลาออก ไร้นัยการเมือง “พีระพันธุ์” ใช้คำสั่งเดิม เช่นเดียวกับ “รองฯพิชัย”

21 มิถุนายน 2568 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการมอบหมายงานให้กับรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน ของพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นไปตามที่รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลาออก ส่วนกรณีของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคนั้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังคงคำสั่งเดิม ตามคำสั่งเดิมที่ได้มีการมอบหมายหน้าที่ดูแลงานไว้ก่อนหน้านี้แล้วไม่จำเป็นต้องประกาศซ้ำ ซึ่งหากดูจากคำสั่งฉบับล่าสุดนี้ จะเห็นได้ว่ารองนายกรัฐมนตรีอีกท่านของพรรคเพื่อไทย คือ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ยังคงคำสั่งเดิมไว้ ไม่ได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงใดเพิ่มเติม ซึ่งคำสั่งใหม่นี้เป็นเพียงมอบงานจาก 8 ตำแหน่งที่มีการลาออก ซึ่งมีทั้งรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ที่จะต้องมีผู้ควบคุมดูแลบริหารราชการในห้วงที่ไม่มีผู้รับผิดชอบอยู่

“การมอบหมายงานให้กับรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านดังกล่าวนี้ไม่มีนัยสำคัญทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งนายพีระพันธุ์ ยังคงดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตามปกติ” นายจิรายุกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ บินด่วนกลับไทยเร็วขึ้น 2 ชม. พร้อมลุยน้ำท่วมทันทีหลังลงเครื่อง

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เลื่อนกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยให้เร็วขึ้น โดยจะออกเดินทางจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

เปิดภารกิจโกอินเตอร์ นายกฯ ลุย 3 ประเทศ สหรัฐ-ญี่ปุ่น-อังกฤษ 20-27 ก.ย.นี้

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภารกิจสำคัญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ครม. ไฟเขียว '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' นำร่อง 24 หน่วยงาน สกัดทุจริตภายใน 6 เดือน

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศพร้อมกับโจทย์สำคัญด้านการแก้ไขปัญหาการทุจริต โดยประเทศไทยมีคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (C