8 ก.พ.2565 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพิจารณาการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า ทางกระทรวงคมนาคมต้องการข้อมูลชี้แจงเพิ่มเติม ครม.จึงมีมติให้ไปชี้แจงเพิ่มเติมแล้วนำเรื่องกลับเข้ามาครม.ใหม่ ซึ่งเป็นไปตามที่กระทรวงคมนาคม ยื่นหนังสือมาและมีข้อทักท้วง 4 ข้อ โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการถอนวาระการพิจารณาออกจากการประชุมครม.แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการไปนำข้อมูลมาเพิ่มเติม
เมื่อถามถึงกรณี 7 รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยไม่เข้าร่วมประชุมครม. ถือเป็นปัญหาหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า "ไม่เป็นไรหนิ เพราะมติครม. ก็ยังเป็นมติครม."
เมื่อถามย้ำว่าจะมีการนำเรื่องดังกล่าวกลับเข้าที่ประชุมครม. เมื่อไหร่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “เสร็จเมื่อไหร่ก็สามารถนำกลับเข้ามาพิจารณาได้เมื่อนั้น”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ท็อป' ลั่นเดินตามรอย 'พ่อบรรหาร' นั่ง ' รมว.อุตสาหกรรม' บอกยังไม่เก่งขอเวลาฝึกวิชา
วราวุธ ลั่นพ่อบรรหารเป็น รมว.อุตสาหกรรม จะมีลูกชายเป็น รมว.อุตสาหกรรมในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่คนสุพรรณบุรีให้โอกาส ยืนยันไม่ว่าจะอย่างไรคนสุพรรณฯก็ไม่ทิ้งกัน
หนัก! ปิยบุตร ผวา 'คดียุบพรรค' ครั้งที่4 หอกปักหลัง 'ปชน.' สกัดตั้งรัฐบาลยาม 'ภท.' ไปไม่รอด
ปิยบุตร เชื่อคดียุบพรรค ทำหน้าที่เป็น 'หอก' เพื่อปักหลัง ควบคุม ทิ่มแทงพรรคประชาชนไว้ก่อน เพื่อทำให้พรรคแตกเสียงแตก
‘วราวุธ-สรชัด’ ร่วมชาวชุมชนคูเมืองสุพรรณ ทำบุญสงกรานต์ ปีใหม่ไทย
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย
17 อำเภอ 3 จังหวัด ประกาศยกระดับ 'ไฟป่า-หมอกควัน' เป็นเขตภัยพิบัติแล้ว
“ปลัดมหาดไทย” เผย ผู้ว่าฯภาคเหนือ ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติฉุกเฉินไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก 3 จังหวัด 17 อำเภอ เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างมีเอกภาพ ตามข้อสั่งการนายกฯ
'ปลัด มท.' ขึ้น ฮ. สั่งการดับไฟป่า หดหู่เผาจนควันเต็มเขา
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังคงลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เชียงใหม่และภาคเหนือต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยว่า
สลายขัดแย้งหวังอยู่ครบ4ปี
ครม.ชุดใหม่เตรียมเข้าถวายสัตย์ฯ จันทร์นี้ นัดประชุม ครม.นัดพิเศษ ก่อนแถลงนโยบาย "หนู-หนิม-เชน"

