
'ธีระชัย-อดีตรมว.คลัง'ตั้งข้อสังเกต7 ข้อ'พรรคภูมิใจไทย'คัดค้านการต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว จับตาเวลาใดที่รัฐนาวาลำหนึ่งใกล้จะอับปาง จะมีพฤติกรรมแสวงหาเงินทอนเกิดขึ้น เพื่อเตรียมตัวเลือกตั้ง
9 ก.พ.2565- นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กกรณีพรรคภูมิใจไทยไม่เข้าร่วมประชุมครม.เนื่องจากคัดค้านวาระการพิจารณาการต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า
“ภูมิใจไทยไม่เข้าประชุม-พลเอกประยุทธ์ต้องรับผิดชอบ?”
Voice TV รายงานกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีหนังสือลาประชุม ครม. ข้อความว่า
เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตามที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้กําหนดให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 8 ก.พ. 2565 ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก กระผมขอลาการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันดังกล่าว
อนึ่ง วาระเพื่อพิจารณา ลําดับที่ 3 เรื่องขอความเห็นชอบผลการเจรจาและเห็นชอบร่างสัญญา ร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้บรรจุในวาระแล้วนั้น ผมมีความเห็น ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ตามหนังสือที่ คค (ปคร) 0208/28 วันที่ 7 ก.พ. จึงเรียนมาเพื่อโปรดนําเสนอนายกรัฐมนตรีทราบ
ข่าวระบุว่า ในเรื่องนี้ พรรคภูมิใจไทยคัดค้านวาระการพิจารณาการต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว 40 ปี(ข้อมูลไม่ชัดว่าอาจเป็น 30 ปี) มูลค่า 400,000 ล้านบาท ซึ่ง กทม. ได้เจรจากับเอกชน บางกระแสระบุว่า เพื่อแลกกับเงื่อนไขกำหนดค่าโดยสารไม่เกิน 65 บาท
ผมตั้งข้อสังเกตว่า
1. ปกติเมื่อสัมปทานเดิมหมดอายุ จะมีเงื่อนไขให้ทรัพย์สินที่เอกชนลงทุนไปทั้งหมด ต้องตกเป็นของรัฐ
2. ในเมื่อทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของรัฐ การที่รัฐจะนำทรัพย์สินดังกล่าวออกให้เอกชนหาประโยชน์ได้ จะต้องใช้วิธีประมูลแข่งขันอย่างเปิดเผย
3. กรณีถ้าหากรัฐบาลเน้นความสำคัญที่อัตราค่าโดยสารต่ำ เพื่อให้ประโยชน์ตกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการโดยตรง รัฐก็สามารถกำหนดเงื่อนไขประมูล ให้เอกชนแข่งขันกันเสนอราคาต่ำสุด ก็ย่อมทำได้
4. กรณีที่ กทม. เจรจากับเอกชนแต่ลำพังเพียงรายเดียว โดยไม่เปิดให้มีการประมูลแข่งขันทั่วไปนั้น อาจจะผิดกฎระเบียบของทางราชการ หรือไม่? เหตุใดจึงไม่สามารถนำออกประมูลได้? มีวิธีการใดที่จะให้ทำได้?
5. เนื่องจากนายกฯ เป็นผู้มีอำนาจสิทธิขาดในการกำหนดเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. กรณีที่หาก กทม. ปฏิบัติผิดระเบียบราชการ นายกฯ มีหน้าที่จะต้องระงับเพื่อให้ตรวจสอบแก้ไขจุดบกพร่องเสียก่อน
6. การที่นายกฯ ปล่อยให้เรื่องเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. จนพรรคภูมิใจไทยต้องแสดงท่าทีคัดค้าน เป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องแสดงความรับผิดชอบ
7. ส่วนพรรคร่วมฯ อื่นๆ ที่ไม่ได้แสดงท่าทีคัดค้าน ก็อาจจะถูกวิจารณ์ได้ว่า เข้าข่าย เหม็นเน่าคาเก้าอี้รัฐมนตรีไปแล้ว หรือไม่?
ผมเองมั่นใจว่า เรื่องนี้น่าจะตรงไปตรงมา ไม่มีกลิ่นคอร์รัปชันโชย ไม่มีการขัดขากันในผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว แต่เนื่องจากเคยมีคอการเมืองแนะนำผมว่า เวลาใดที่รัฐนาวาลำหนึ่งใกล้จะอับปาง ให้ผมคอยจ้องดู จะมีพฤติกรรมแสวงหาเงินทอนเกิดขึ้นเป็นมหกรรมครั้งใหญ่ เพราะต่างคนต่างต้องเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งที่ใกล้จะมาถึง
ดังนั้น เรื่องนี้จึงมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ ผมจึงแนะนำให้สื่อมวลชนควรจะเจาะลึกติดตาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ลั่นจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก!
'อนุทิน' ลั่นห้ามพกปืนทุกคน ใบอนุญาตหมดอายุ สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก เตือนนักการเมืองจริยธรรมหมดอนาคต แจงดรามายิงโจรในบ้าน ชี้เจตนารมณ์ ไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ปืน
นายทะเบียน ภท. เผย 'ฉลอง เรี่ยวแรง' ลาออกพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 67
นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่านายฉลอง ได้ยื่นใบลาออก โดยในหนังสือลาออก ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2567
'อนุทิน' ขำข่าว 'งูเขียว' ซบน้ำเงิน โชว์น้ำมันเขียวกลางวงสื่อ ก่อนแซะ 'พรรคส้ม' กระโดดงับอีกแล้ว
“อนุทิน” บอกไม่รู้ข่าว 10 งูเขียวเข้าพรรคสีน้ำเงิน แจงภาพ “เนวิน-บุญยิ่ง” แค่ไปดูบอล อย่าโยงการเมือง ก่อนหยิบน้ำมันเขียวโชว์
'วีระยุทธ' ฟาดเดือด! ใครทำ 'กำแพงคอร์รัปชัน' สูงขึ้นไม่รู้จบ
'รองหัวหน้า ปชน.' สวนกลับ 'อนุทิน' คนไทยกำลังเผชิญกำแพงคอร์รัปชัน สารพัดโกง รัฐบาลทำให้สูงขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ
'วิโรจน์' สวน 'อนุทิน' ใครบ้าเอาหัวโขกกำแพง มีแต่ทุบทิ้ง
'วิโรจน์' โต้นายกฯ ทันควัน! กำแพงที่กั้นความเจริญ ต่อให้หนาสูงแค่ไหน ให้ทุบทิ้ง ไม่มีใครบ้าเอาหัวโขก
'พิชญุตม์' การันตีผลงานรัฐบาล 'อนุทิน' 4 เดือน รับมือวิกฤตพลังงาน ดันราคาข้าว-ยาง-ปาล์ม พุ่งต่อเนื่อง พร้อมอัดมาตรการช่วยลดต้นทุน-ขยายตลาดโลก
นายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ว่า ภายหลังรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าบริหารประเทศ 4 เดือน สามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานและสงครามตะวันออกกลางได้ดี ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรหลักปรับตัวสูงขึ้น

